เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2568 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ออกประกาศแจ้งเตือนฉบับที่ 6 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมรับมือกับการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา

ประกาศระบุว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในอีก 1-9 วันข้างหน้า ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,900–2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขาอีกประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณรวม 2,000-2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ดังนั้น กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับน้ำสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.30–1.10 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง, คลองบางบาล, ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลลาดชิด, ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาจได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานจะควบคุมการระบายน้ำให้เต็มศักยภาพเพื่อลดผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่การเกษตรให้น้อยที่สุด พร้อมกันนี้ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป หากมีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นจนมีปริมาณมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทางกรมฯ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 สถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,971 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 15.54 เมตร/รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 13.08 เมตร/รทก. โดยมีการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที



