ปัญหาศีรษะล้าน ผมร่วง ผมบาง เป็นสิ่งที่กวนใจหลายคน เพราะนอกจากทำให้เสียความมั่นใจแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์อีกด้วย แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะตอนนี้มีนวัตกรรมการปลูกผมที่สามารถคืนความหนา ดูสุขภาพดีของเส้นผมได้อีกครั้ง ด้วยเทคนิคปลูกผม FUE (Fue Hair Transplant) ที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานตั้งแต่ 20 ปี จนถาวรตลอดชีวิต เพื่อรู้จักมากขึ้นว่าการปลูกผม FUE คืออะไร การปลูกผม FUE ดีไหม บทความนี้มีคำตอบ
ปลูกผม FUE คืออะไร มีหลักการอย่างไร?

*ได้รับอนุญาตเผยแพร่ผลลัพธ์จากคนไข้เรียบร้อยแล้ว
การปลูกผม FUE (Follicular Unit Extraction) คือ เทคนิคปลูกผมถาวรที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือขนาดเล็กเจาะเอากอเซลล์รากผม (กราฟ) จากบริเวณที่ผมยังหนา เช่น ผมด้านหลังหรือบริเวณท้ายทอย เนื่องจากเส้นผมมีความแข็งแรงมากกว่าบริเวณอื่น จากนั้นจะนำเซลล์รากผมที่ได้มาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน โดยจะปลูกผมอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้แนวผมที่ขึ้นใหม่ดูเป็นธรรมชาติ
โดยเทคนิคปลูกผม FUE จะต่างจากวิธีปลูกผมแบบอื่น ที่ต้องตัดหนังศีรษะออกเป็นแถบ แต่ FUE ไม่มีแผลเป็นยาวและไม่ต้องเย็บแผล จึงเจ็บน้อยและฟื้นตัวเร็ว ระหว่างทำจะได้รับการฉีดยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ ซึ่งถือว่าปลอดภัยมาก
วิธีเตรียมตัวก่อนรับการปลูกผม FUE
การเตรียมความพร้อมก่อนรับการปลูกผม FUE มีส่วนช่วยให้การปลูกผม FUE เป็นไปอย่างราบรื่นและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งหลังและระหว่างการทำหัตถการ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) โสม น้ำมันปลา หรือวิตามินอี อย่างน้อย 7 วันก่อนเข้ารับการปลูกผม
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48 ชั่วโมงล่วงหน้า
- ควรงดการใช้ผลิตภัณฑ์ Minoxidil หรือยาเร่งผมขึ้นต่าง ๆ บนหนังศีรษะ ประมาณ 7 วันก่อนทำ FUE เพื่อให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวอยู่ในสภาพที่เหมาะสมต่อการปลูกผม
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง
- หากต้องการย้อมผมหรือทำสี ควรทำล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 วัน เพราะหลังปลูกผมใหม่แล้วจะไม่สามารถย้อมผมหรือใช้สารเคมีได้ประมาณ 1 เดือน
- แจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับประวัติการใช้ยา โรคประจำตัว หรืออาหารเสริมที่ทานเป็นประจำ เพื่อให้แพทย์ประเมินและปรับแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
- แพทย์จะทำการประเมินก่อนการปลูกผม (Hair transplant) เพื่อกำหนดจุดที่จะเก็บรากผม และคำนวณว่าจำนวนกราฟที่ต้องใช้คือเท่าไร
ปลูกผม FUE มีข้อดีอย่างไรบ้าง?

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล
*ได้รับอนุญาตเผยแพร่ผลลัพธ์จากคนไข้เรียบร้อยแล้ว
ข้อดีและจุดเด่นของการปลูกผมแบบ FUE มีหลายประการด้วยกัน ดังนี้
- การปลูกผม FUE สามารถแยกกราฟจากหนังศีรษะได้โดยไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่รู้สึกเจ็บมาก แผลมีขนาดเล็ก และไม่ต้องนอนพักฟื้น
- จุดเด่นของการปลูกผม FUE คือ ไว้ผมสั้นได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องไว้ผมยาวปิดรอยแผล เนื่องจากแผลมีขนาดเล็กจนสังเกตยาก
- รักษาปัญหาผมบาง ผมร่วง ศีรษะล้านได้ทุกสาเหตุ แม้เป็นจาก DNA
- แนวผมขึ้นใหม่หนาสวยสุขภาพดี แข็งแรง ดูเป็นธรรมชาติ
- แก้ปัญหารอยแหว่งจากแผลบริเวณหนังศีรษะได้
- ปลอดภัย ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่
ปลูกผม FUE แตกต่างจากเทคนิคปลูกผมแบบอื่นอย่างไร?
การปลูกผมในปัจจุบันมีหลายเทคนิคให้เลือก โดยแต่ละแบบมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผม งบประมาณ และผลลัพธ์ที่ต้องการ เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นี่คือการเปรียบเทียบว่าการปลูกผม FUE และ FUT ต่างกันยังไงบ้าง ดังนี้
- การปลูกผมแบบ FUE จะใช้อุปกรณ์เจาะเอากอรากผมหรือกราฟผมออกมา ซึ่งวิธีนี้ไม่ต้องผ่าตัดหรือเย็บแผล ต่างจากการปลูกผมแบบ FUT ที่ใช้วิธีผ่าตัดหนังศีรษะออกมาเป็นแถบ แล้วแยกรากผมออกจากเนื้อเยื่อ ทำให้เทคนิค FUE แผลมีขนาดเล็กกว่า FUT อย่างชัดเจน ส่วน DHI เป็นเพียงการน้ำปากกาปลูกผมมาช่วยในการปลูกผมกลับเข้าไป ช่วยลดการบอบช้ำของกอผม และกำหนดทิศทางได้ดี และใช้ได้ทั้ง FUE และ FUT ที่เป็นการนำกอผมออกมา
- การปลูกผมแบบ FUE ร่างกายจะฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว โดยทั่วไปใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 3–7 วัน ขณะที่การปลูกผมแบบ FUT ต้องมีการเย็บแผลหลังผ่าตัด และแผลเป็นมีขนาดยาว จึงต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า อาจอยู่ที่ประมาณ 10–14 วัน
- เทคนิคปลูกผม FUE เหมาะกับผู้ต้องการไว้ผมสั้น เนื่องจากไม่ทิ้งแผลเป็นขนาดใหญ่ และต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ต่างกับ FUT ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการปลูกผมในปริมาณมากภายในครั้งเดียว และไม่กังวลเรื่องแผลเป็น ในขณะที่ DHI ช่วยวางทิศทางของผมให้ดีขึ้น
- วิธีปลูกผมแบบ FUE มีราคาสูงกว่า FUT เล็กน้อย เนื่องจากใช้เวลาและความประณีตมากกว่า
เลือกปลูกผม FUE กับแพทย์ผู้ชำนาญการที่ Dr. Tarinee Hair Clinic
เทคนิคการปลูกผมแบบ FUE เป็นการเจาะเอากราฟหรือรากผมจากตำแหน่งที่ผมหนา เช่น บริเวณท้ายทอย ไปปลูกยังบริเวณที่มีปัญหาศีรษะล้าน ผมร่วง ผมบาง โดยต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน และลงมือทำหัตถการโดยแพทย์ผิวหนังผู้มีความชำนาญการในการปลูกผม FUEซึ่งมีความรู้และความเข้าใจโดยเฉพาะ เพื่อผลลัพธ์ที่เห็นผลชัดเจน
หากกำลังสงสัยว่าปัญหาเส้นผมที่มีควรใช้วิธีปลูกผมแบบไหนดี สามารถเข้ามารับคำปรึกษาและแนะนำจากทีมแพทย์ของ Dr. Tarinee Hair Clinic ได้ เพื่อให้แพทย์ทำการประเมินและออกแบบแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมต่อไป



