สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกระแสศัลยกรรมรูปร่างแนวใหม่ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิง ได้แก่การทำให้ช่วงขาสั้นลงเพื่อ “ลดความสูง” โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการหาคู่ครอง
ในปัจจุบัน คลินิกหลายแห่งในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี มีบริการการผ่าตัดลดความสูงที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออกนไลน์ คลินิกเหล่านี้จะนำเสนอค่าใช้จ่ายในลักษณะของแพ็กเกจ ซึ่งประกอบด้วยค่าเข้าพักในโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัด รวมถึงทัวร์ชมเมืองฟรีและบริการอาหารที่ร้านอาหาร
เดิมทีการทำศัลยกรรมเพื่อลดความยาวแขนขาถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ เช่น การแก้ไขความยาวแขนขาที่ไม่เท่ากันของผู้ป่วย แต่ในปัจจุบัน การผ่าตัดลดความสูงนี้กลับได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิงที่เชื่อว่ารูปร่างที่เล็กลงหรือเตี้ยลงจะน่าดึงดูดกว่าสำหรับเพศชาย

ศัลยกรรมดังกล่าวเป็นการผ่าตัดลดความยาวกระดูก (Osteoshortening) แพทย์จะตัดกระดูกขาของผู้ป่วยโดยจะนำบางส่วนของกระดูกต้นขา (Femur) ออก จากนั้นจึงยึดกระดูกเข้าด้วยกันใหม่ด้วยแท่งโลหะ
บรรดาแพทย์ตามคลินิกในตุรกีเหล่านี้อ้างว่า พวกเขาสามารถลดความยาวของกระดูกต้นขาได้สูงสุดที่ 5.5 ซม. และที่น่องได้ถึง 3 ซม. แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนว่า ผู้ที่เจ้ารับการผ่าตัดนี้จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ระยะเวลาพักฟื้นที่ยาวนาน และความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทอย่างถาวร ซึ่งอาจนำไปสู่กล้ามเนื้ออ่อนแรงและขาพิการ
นอกจากนี้ยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อ, กระดูกสมานตัวล่าช้า หรือแม้กระทั่งกระดูกไม่ประสานตัวกัน อีกทั้งการใส่แท่งโลหะในกระดูกของผู้ป่วยมีข้อจำกัดด้านน้ำหนัก ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการผ่าตัดจึงต้องมีน้ำหนักระหว่าง 70 – 75 กก.
ทั้งที่มีความเสี่ยงร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดลดความยาวขา แต่ข้อมูลกลับแสดงให้เห็นว่า มีผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เข้ารับการผ่าตัดนี้โดยหวังจะเพิ่มโอกาสในการหาคู่รักให้ตัวเอง ซึ่งมีคนไข้ที่มาจากหลายประเทศ ทั้งจากยุโรป สหรัฐอเมริกาและแคนาดา
คนไข้เหล่านี้หลายคนเชื่อว่าการมีรูปร่างสูงทำให้โอกาสในการหาคู่ลดลง เพราะผู้ชายมักจะไม่ชอบหรือไม่คุ้นเคยกับการอยู่กับผู้หญิงที่สูงกว่า ข้อมูลจากสำนักข่าวเดลีเมลออนไลน์ของอังกฤษรายงานว่า ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา แค่ในโรงพยาบาลเพียงหนึ่งแห่งในอิสตันบูลก็มีคนไข้ขอรับการผ่าตัดลดความสูงไปแล้วถึง 10 ราย
ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, YouTube / TGRT Haber TV



