สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ว่าด้วยการที่รัฐบาลวอชิงตันจะกำหนดให้บางประเทศมีสถานะเป็น “ผู้สนับสนุนการกักขังโดยมิชอบ” (state sponsors of wrongful detention) ซึ่งคล้ายคลึงกับการขึ้นบัญชีดำประเทศหนึ่งประเทศใดในฐานะ “รัฐให้ความสนับสนุนการก่อการร้าย”
ทั้งนี้ ยังไม่มีการระบุรายชื่อประเทศในคำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวทันที อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระดับสูงในทำเนียบขาวกล่าวว่า จะมีการสอบสวนจีน อิหร่าน และอัฟกานิสถาน ในฐานะประเทศที่ “มีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอกับนโยบายการทูตแบบตัวประกัน”
.@POTUS signs an Executive Order to enhance efforts to protect U.S. nationals from wrongful detention abroad by authorizing robust responses against foreign governments engaging in such practices. pic.twitter.com/CFxV2zUB5a
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) September 5, 2025
สำหรับประเทศที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจะกำหนดให้อยู่ในบัญชีดำล่าสุดนี้ มีความเสี่ยงเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตร และมาตรการควบคุมการส่งออกโดยรัฐบาลวอชิงตัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายดังกล่าว จะไม่สามารถเดินทางเข้าสหรัฐได้
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาจใช้มาตรการที่เด็ดขึ้นมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการห้ามไม่ให้ชาวอเมริกันเดินทางเยือนประเทศที่อยู่ในบัญชีดำ ปัจจุบัน มีเพียงเกาหลีเหนือเท่านั้น ซึ่งเป็นประเทศที่เผชิญกับมาตรการนี้ของสหรัฐ
ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการดังกล่าวยังสามารถมีผลกับ “กลุ่มหรือองค์กร” ที่สามารถควบคุมดินแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นรัฐก็ตาม
อนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเป็นหน่วยงานแถวหน้าของสหรัฐ ในการช่วยเหลือชาวอเมริกันที่ถูกคุมขังในต่างประเทศ โดยประเมินว่ากลุ่มคนเหล่านี้ต้องอยู่ในเรือนจำ “ด้วยเหตุผลที่เหมาะสม” หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง
ย้อนกลับไปในยุครัฐบาลวอชิงตันสมัยประธานาธิบดี โจ ไบเดน จีนปล่อยตัวชาวอเมริกันทั้งหมดที่ถูกพิจารณาว่าถูกคุมขังโดยมิชอบส่วนหนึ่ง เพื่อแลกกับการที่สหรัฐผ่อนปรนคำเตือน ไม่ให้ชาวอเมริกันเดินทางไปจีน.
เครดิตภาพ : AFP



