เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด วิเคราะห์กรณีที่มีรายงานข่าวว่า นายโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา วัย 82 ปี ถูกวินิจฉัยว่ามีมะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลาม และยังต้องเข้ารับการผ่าตัดมะเร็งผิวหนัง

โดย นพ.เจษฎ์ ระบุว่า เรื่องนี้แม้จะฟังดูน่าตกใจ แต่แท้จริงแล้วสะท้อนให้เห็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในผู้สูงอายุทั่วโลก ซึ่งมักมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากกว่าหนึ่งชนิดในคนเดียวกัน หรือที่เรียกว่า Multi-cancer

นพ.เจษฎ์ อธิบายว่า การเกิดมะเร็งหลายชนิดในร่างกายเดียวกันไม่ใช่เรื่องแปลก โดยเฉพาะในผู้สูงวัย เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้เซลล์สะสมความเสียหายของ DNA ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และยังมีปัจจัยเสี่ยงสะสมตลอดชีวิต เช่น แสงแดด อาหาร และการอักเสบเรื้อรัง ทั้งนี้ ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกอยู่ในวัย 65 ปีขึ้นไป

เขากล่าวต่อว่า สาเหตุของมะเร็งไม่ได้มาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลรวมของพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพโดยรวม และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนั้นกรณีของไบเดนจึงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามาจากสาเหตุใด แต่ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนที่ผู้สูงอายุสามารถเผชิญโรคมะเร็งหลายชนิดพร้อมกันได้

นพ.เจษฎ์ เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงการรักษา แต่คือการตรวจพบโรคให้เร็วและป้องกันแต่เนิ่น ๆ โดยแนะนำให้ผู้สูงอายุเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจคัดกรองมะเร็งตามวัย เช่น ตรวจ PSA ส่องกล้องลำไส้ และตรวจผิวหนัง รวมถึงลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เลิกสูบบุหรี่ ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก และป้องกันแสงแดด

“ข่าวของ โจ ไบเดน เป็นเหมือนสัญญาณเตือนพวกเราว่า มะเร็งไม่เลือกเพศหรือฐานะ ยิ่งอายุมาก ความเสี่ยงยิ่งสูง สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือป้องกันและตรวจให้เจอตั้งแต่ระยะแรก เพราะโอกาสรอดย่อมสูงกว่าการปล่อยไว้” นพ.เจษฎ์ กล่าว

ขอบคุณเพจหมอเจด