สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวว่า สหรัฐและเวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีจุดยืนหลายเรื่องแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ความแตกต่างเหล่านั้นต้องนำไปสู่การเกิดความขัดแย้งทางทหารเสมอไป รัฐบาลการากัสพร้อมเจรจา แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ขณะเดียวกัน มาดูโรกล่าวว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อ้างว่ามาจากหน่วยข่าวกรอง ซึ่งระบุว่า ผู้นำเวเนซุเอลาเป็นสมาชิกขบวนการค้ายาเสพติดนั้น “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” ตอนนี้ เวเนซุเอลาไม่มีการผลิตและค้าโคเคน ในทางกลับกัน รัฐบาลการากัสขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง ในการต่อต้านและปราบปรามยาเสพติด
Trump getting into 'DEAD-END street' with Venezuela 'LIES' — Maduro
— RT (@RT_com) September 6, 2025
Says willing to talk, BUT 'demand respect for country, for people'
Vows to defend this 'no matter what it takes' https://t.co/23jcwvX9aM pic.twitter.com/qwltHoVD67
ท่าทีดังกล่าวของผู้นำเวเนซุเอลาเกิดขึ้น หลังทรัมป์กล่าวถึงการที่กองทัพเวเนซุเอลาส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 จำนวน 2 ลำ บินวนเหนือเรือพิฆาตติดตั้งระบบขีปนาวุธนำวิถี “ยูเอสเอส เจสัน ดันแฮม” ที่กำลังแล่นอยู่บริเวณทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน ในสัปดาห์นี้ ว่าหากเวเนซุเอลากระทำการอันตรายแบบนี้เอง เรือรบของสหรัฐจะยิงเครื่องบินของอีกฝ่ายให้ตก
NOW – Trump instructs General Caine to shoot down Venezuelan jets if they approach U.S. naval ships dangerously. pic.twitter.com/g0gDfVHkB2
— Disclose.tv (@disclosetv) September 5, 2025
ขณะที่แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า กองทัพสหรัฐส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ไปประจำการที่ฐานทัพในเปอร์โตริโกจำนวน 2 ลำ
ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเรือโดยสารลำหนึ่ง ซึ่งยืนยันว่า เดินทางมาจากเวเนซุเอลา ระหว่างตรวจพบในทะเลแคริบเบียน สังหารผู้ที่อยู่บนเรือทั้ง 11 ราย ด้านทรัมป์กล่าวว่า เรือลำดังกล่าวบรรทุกยาเสพติด และผู้ที่อยู่บนเรือคือสมาชิกแก๊ง “เตรน เดอ อารากัว” ที่ถือเป็น “องค์กรก่อการร้าย”.
เครดิตภาพ : AFP



