จากช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง รับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จนกระทั่งขณะนี้ประเทศไทยเราได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับสัปดาห์นี้ (8-12 ก.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,240 และ 1,225 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,270 และ 1,285 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นการเมืองในประเทศ รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ส.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม ECB ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ส.ค. ของญี่ปุ่น ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ค.ของญี่ปุ่นและอังกฤษ ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือน ส.ค. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต
ด้าน บล.กรุงศรี ประเมินหุ้นที่มีโอกาสเห็นแรงเก็งกำไร คือกลุ่มที่มีโอกาสได้ประโยชน์จากนโยบายหลักของพรรคที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังจากนี้
1. วงเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน + พักหนี้ 3 ปี + Contract Farming + เพิ่มค่าตอบแทน อสม. เดือนละ 2,000 บาท บวกต่อหุ้น Domestic ธนาคาร SCB, KTB, KBANK เช่าซื้อ MTC, SAWAD ค้าปลีก CPALL, GLOBAL
2. ฟรีหลังคา Solar Cell บวกต่อ GULF, GUNKUL
3. Landbridge รับเหมา STECON, CK นิคม
WHA, AMATA โลจิสติกส์ SJWD
4. รายได้ท่องเที่ยว 4 ปี 6 ล้านลบ. เพิ่มนักท่องเที่ยว 80 ล้านคน เน้นพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว+จัดเทศกาลระดับโลก+Wellness Resort of the World nov
เที่ยว ERW, CENTEL โรงพยาบาล BDMS, BH
5. รถเมล์ไฟฟ้า EA BYD NEX (กลยุทธ์เก็งกำไรสั้นๆ)
6. บาท บวกกลุ่มประกัน TLI, BLA กองทุนประกันชีวิต 60 ปี เสียชีวิตได้เงิน 1.0 แสน
7. เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง ทุกจังหวัด + ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ คาดมีโอกาสเปิด Upside
รพ. เชื่อมโยงภาครัฐ กลุ่มประกันสังคม BCH
8. หุ้นได้อานิสงส์จัดตั้งรัฐบาลใหม่ STECON, STPI, PTG, PRM, AMA



