สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่า ประเทศต่าง ๆ รวมถึงฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ให้คำมั่นว่าจะรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากอิสราเอล
ซาร์กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับนายลาร์ส ล็อกเคอ ราสมุสเซน รมว.การต่างประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเดินทางเยือนอิสราเอล ว่าการรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ “จะบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค” และจะทำให้การบรรลุสันติภาพ “เป็นไปได้ยากขึ้น”
“การดำเนินการดังกล่าว จะผลักดันให้อิสราเอลต้องตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งรัฐต่าง ๆ เช่น ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ที่ผลักดันการรับรองสถานะรัฐของปาเลสไตน์ ทำผิดพลาดอย่างมหันต์” ซาร์ กล่าวเพิ่มเติม
ขณะที่ ราสมุสเซนกล่าวว่า เดนมาร์กไม่ได้วางแผนที่จะดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้ พร้อมกับยืนกรานว่า เดนมาร์กจะไม่มีวันให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ที่ปกครองโดยกลุ่มฮามาส หรือองค์กรก่อการร้ายอื่น ๆ
ทั้งนี้ คำกล่าวของซาร์ มีขึ้นหลังรัฐบาลเทลอาวีฟ อนุมัติโครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งอิสราเอลยึดครองมาตั้งแต่ปี 2510 โดยนายเบซาเลล สโมทริช รมว.คลังอิสราเอล กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า อิสราเอลควรผนวกพื้นที่บางส่วนของเขตเวสต์แบงก์ เพื่อขจัดแนวคิดการแบ่งยกดินแดน และการสถาปนารัฐก่อการร้ายอย่างสิ้นเชิง.
เครดิตภาพ : AFP



