เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในพิธีแสดงความขอบคุณและอำลา ว่า ในช่วงเวลาทำงานในตำแหน่ง รมว.คลัง ตลอด 16 เดือน 3 วัน ได้รับความช่วยเหลือจากข้าราชการกระทรวงการคลังอย่างเต็มที่ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย โดยเฉพาะในระบบราชการ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน กรมไหน ได้เรียนรู้ขั้นตอนและวิธีการทำงานต่าง ๆ มากมาย ที่นอกเหนือจากสิ่งที่เคยได้ทำงานในวงการเอกชนและภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ อยากให้เห็นว่ากระทรวงการคลังเป็นหนึ่งในหน่วยงานของภาครัฐ ที่เรียกได้ว่าเป็นคนประคับประคอง ชี้แนะ และช่วยผลักดัน ประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้การทำงานบรรลุได้ตามวัตถุประสงค์ของภาครัฐ ซึ่งสะท้อนว่ากระทรวงการคลังถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายของภาครัฐ ในขณะที่อีกมุมคือผลกระทบที่อาจจะเกิดกับภาคเอกชนในมิติต่าง ๆ ก็จะรวมมาอยู่ที่กระทรวงการคลัง เพื่อช่วยกันหาแนวทางแก้ปัญหาด้วย
“สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ กระทรวงการคลังได้พยายามทำให้เกิดความเข้มแข็งในเรื่องของการคลัง ขณะเดียวกันก็พยายามหารือเพื่อทำให้เกิดความสอดคล้องในแง่ของนโยบายการเงินด้วย เพราะอาจจะกระทบกับภาคเอกชน เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ผ่านการทำงานด้วยความใกล้ชิด และจากนี้ไปหวังว่าจะได้เห็นนโยบายการเงินและการคลังทำงานสอดประสานกันไปได้ด้วยดี แต่มองไปในระยะข้างหน้าอาจจะยังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบ ก็ต้องเร่งแก้ไขกันต่อไป โดยที่ผ่านมาผมทำงานด้วยความสุขมาโดยตลอด” นายพิชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน อยากขอบคุณ 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่ช่วยเรื่องการตอบคำถามในสภาผู้แทนราษฎรได้เป็นอย่างดี ขณะที่นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ซึ่งถือเป็นนักวิชาการที่ล้ำลึก มองภาพเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านภาษีสหรัฐ ได้รับการประสานความร่วมมือเป็นอย่างดีกับหน่วยงานต่าง ๆ จนนำมาซึ่งข้อตกลงที่หลายฝ่ายมองว่ามีความเหมาะสม แต่ไม่ว่าจะตกลงด้วยเงื่อนไขอะไร ตรงนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น และหลังจากนี้จะต้องมีคนมาสานต่อเพื่อให้ได้ความชัดเจนที่สุด ดังนั้นยังเชื่อมั่นต่อไปว่ากระทรวงการคลังจะยังคงเป็นหน่วยงานหลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปเพื่อทำให้เกิดความมั่นคง และต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชน ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
“หลังจากนี้คงจะได้เห็นภาพการทำงานของกระทรวงการคลังภายใต้ผู้บริหารคนใหม่ ที่จะยังคงทำงานใกล้ชิดกันเพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยส่วนตัวไม่มีอะไรจะกล่าวมากนัก นอกจากคำว่า ‘ขอบคุณ’ ข้าราชการกระทรวงการคลังทุกคนที่สนับสนุนให้สามารถทำงานเดินหน้ามาได้เป็นอย่างดี”


