จากกรณีที่เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง เพื่อขอให้ศาลออกข้อกำหนดห้ามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกราชอาณาจักร จนกว่าจะมีคำสั่งจากกรณีการบังคับโทษของนายทักษิณเป็นไปตามคำพิพากษาหรือไม่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ย. เวลา 15.00 น. ที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สนามหลวง ศาลนัดฟังคำสั่งในคำร้องดังกล่าว โดยมี นายชาญชัย เดินทางมาศาล

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายชาญชัย ได้ออกมาเปิดเผยหลังฟังคำสั่งว่า ศาลพิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่า ตนเองไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงในคดีดังกล่าว จึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้อง ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอห้ามไม่ให้นายทักษิณ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ส่วนตัวเข้าใจได้ว่าเป็นอำนาจการพิจารณาของศาล แต่อย่างน้อยเป็นข้อดีว่า ศาลท่านทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว และสามารถพิจารณาออกคำสั่งได้เอง หลังจากนี้ โดยไม่ต้องมีใครมายื่นคำร้อง ส่วนจะมีหรือไม่มีคำสั่งส่งถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เป็นดุลพินิจของศาล

สำหรับกรณีของ นายทักษิณ ที่เดินทางกลับมายังประเทศไทยนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะอยากให้ นายทักษิณ กลับมาฟังคำสั่งของศาล เพื่อให้กระบวนการพิจารณาคดีเป็นไปด้วยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งตนมองอยู่แล้วว่า หาก นายทักษิณ ยอมเดินทางมาที่ศาล อย่างมากสุดก็แค่ถูกจำคุก 1 ปี หรือรอดพ้นความผิด แต่ถ้า นายทักษิณ ไม่ยอมรับในกระบวนการ คดีความก็อาจจะเพิ่มขึ้นและกลับประเทศไทยยากลำบากมากขึ้น จึงเชื่อว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา นายทักษิณ ได้คิดทบทวนตัวเองมาดีแล้ว

สำหรับการอ่านคำสั่งในวันพรุ่งนี้นั้น จะเริ่มต้นในเวลา 09.00 น. ซึ่งตนเองก็จะเดินทางมาฟัง เพื่อดูว่ามีประเด็นอะไรบ้าง ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ตนก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะได้ทำหน้าที่ของตัวเองไปแล้ว ให้จบเป็นเรื่องๆ ไป แต่เชื่อว่าคำสั่งในวันพรุ่งนี้นั้น จะเป็นผลทำให้ ป.ป.ช. นำไปขยายเรื่องดำเนินการต่อ หากศาลมีประเด็นพิจารณาว่าพบเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือและมีความผิด ก็จะนำไปสู่การสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีบุคคลระดับถึงรัฐมนตรีที่มีความผิดด้วย

โดยตนเองนั้นมีความเชื่อมั่นในคำสั่งของศาลในวันพรุ่งนี้ จึงไม่เชื่อว่ามีดีลลับอะไร เพราะองค์คณะผู้พิจารณาคดีทั้ง 5 ท่านนั้น เป็นระดับปรมาจารย์ฝ่ายนิติศาสตร์ มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านกฎหมาย จนได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมใหญ่ ซึ่งได้รับสมญานามว่า “ตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัด” เพราะมีความตรงฉินน่าเชื่อถือ ดังนั้น คำสั่งในวันพรุ่งนี้ จะกลายเป็นบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ เพราะเป็นคดีใหญ่และเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินคดีทุจริตในประเทศ รวมทั้งจะกลายเป็นตำราสำหรับผู้เรียนกฎหมายในอนาคต

นายชาญชัย ยังมองอีกว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ นายทักษิณ จะขอเลื่อนการฟังคำสั่งในวันพรุ่งนี้ ด้วยอ้างเหตุว่าป่วย ต่อให้ นายทักษิณ ไม่เดินทางมาฟัง ตามกฎหมายแล้วก็สามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ เพราะถือเป็นการบังคับคดีจากคำพิพากษา ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ นายทักษิณ ว่า จะเลือกหนีทั้งชีวิตหรือยอมเข้าสู่กระบวนการ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “ใครทำอะไรไม่ดี ก็ต้องรับผลกรรม ใครทำผิดทำความเสียหายต่อบ้านเมือง ต้องรับผิดชอบ ถ้ายังหนี ถือว่าคิดผิดอย่างมาก”