สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่า ในสุนทรพจน์ปิดการประชุมสุดยอดด้านความยั่งยืนและพลังงานหมุนเวียน 4.0 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองกูจิง ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา ฟาดิลลาห์กล่าวว่า การสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารระหว่างประเทศที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอจะทำให้ “โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน” หรือเอพีจี เสร็จสมบูรณ์
ฟาดิลลาห์กล่าวว่า ความท้าทายที่พบอยู่เสมอคือ “แบบจำลองทางการเงินหรือธุรกิจ” ที่จำเป็นต่อการดึงดูดนักลงทุนให้มากขึ้น และนอกเหนือจากผู้ให้กู้แบบพหุภาคีแล้ว ยังมีนักลงทุนภาคเอกชนจากภูมิภาคต่าง ๆ ที่แสดงความสนใจในโครงการนี้ รวมถึงจากตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น และจีน
Transforming #EastAsia’s power and industrial sectors is key to cutting emissions, strengthening competitiveness and creating #jobs.
— World Bank East Asia Pacific (@WB_AsiaPacific) September 5, 2025
A new @WorldBank report—Green Horizon—shows how coordinated investments can drive a sustainable energy future.
Read more: https://t.co/gq2Fg3FQPT pic.twitter.com/55as1IRFTp
โครงการนี้จะเป็นการเติบโตครั้งใหม่ของอาเซียน เพราะจะนำมาซึ่งการลงทุน โอกาสในการทำงาน และโอกาสทางธุรกิจสำหรับภูมิภาคทั้งหมด
ขณะที่การลงนามข้อตกลงเอพีจีฉบับปรับปรุงจะเกิดขึ้นในการการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ในเดือน ต.ค. นี้ เพื่อให้เริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2569 โดยมีต้นแบบเป็นโครงการบูรณาการด้านไฟฟ้าระหว่างลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม ประเทศสมาชิกจะต้องประสานมาตรฐานพลังงาน และรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศ โดยมีความท้าทายเป็นการ “ประยุกต์ใช้” ให้เข้ากับทุกประเทศอาเซียน.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



