สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ เรื่องการคว่ำบาตรนิติบุคคล 9 แห่งในเมียนมา ซึ่งเชื่อว่าดำเนินงานภายใต้การคุ้มครองของกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นเอ) ที่อยู่ในบัญชีดำของรัฐบาลวอชิงตันก่อนแล้ว รวมถึงอีก 10 แห่งในกัมพูชา ซึ่งสหรัฐเชื่อมั่นว่า มีการบังคับแรงงานให้ดำเนินการหลอกลวงผู้อื่น เพื่อการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล


นายจอห์น เฮอร์ลีย์ ปลัดกระทรวงการคลังฝ่ายการก่อการร้ายและข่าวกรองทางการเงิน กล่าวว่า อุตสาหกรรมหลอกลวงทางไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงเป็นภัยคุกคามต่อคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยทางการเงินของชาวอเมริกันเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้คนอีกจำนวนมากต้องตกอยู่ในสภาพของการเป็นทาสสมัยใหม่


กระทรวงการคลังสหรัฐจะดำเนินการ โดยใช้ทุกกลไกที่มีอยู่เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมทางการเงินที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ และปกป้องชาวอเมริกันจากความเสียหายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการหลอกลวงรูปแบบนี้


แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุด้วยว่า มาตรการดังกล่าวคือความพยายามครั้งล่าสุดโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งมุ่งปราบปรามการฉ้อโกงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังแพร่หลายอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งผู้คนจำนวนมากถูกล่อลวง ให้เข้าสู่ “ค่ายแรงงาน” ภายใต้ข้ออ้างเรื่องค่าตอบแทนที่ไม่เป็นความจริง ต่อมาจึงถูกบังคับให้ต้องจัดการหลอกลวงออนไลน์


ทั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ชาวอเมริกันสูญเสียเงินมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 316,600 ล้านบาท) จากกลโกงออนไลน์ ที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

เครดิตภาพ : AFP