เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 8 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พาไปชมความน่ารักและความสวยงามของกองทัพปูก้ามดาบหลากสีที่ออกมาหากินในเขตป่าชายเลนติดกับบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ด้วยการไม่ถมดินหรือขุดทำลายร่องน้ำ หรือปล่อยของเสียลงสู่ทะเล เพื่อให้ฝูงปูก้ามดาบเพิ่มปริมาณมากขึ้น จนกลายเป็นจุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด และหาชมได้ทั้งเวลาน้ำขึ้นหรือน้ำลง แต่จะพบปูก้ามดาบมากที่สุดในช่วงน้ำทะเลลดลงต่ำสุด เพราะจะมีปริมาณอาหาร เช่น เศษซากพืช ซากสัตว์ขนาดเล็กมากกว่าช่วงน้ำขึ้น

ซึ่งปูก้ามดาบที่พบมีทั้งกระดองสีฟ้าก้ามสีเหลือง กระดองสีส้ม สีเหลือง สีขาว สีแดง และบางตัวมี 2-3 สี แต่จุดเด่นคือตัวผู้จะมีก้ามใหญ่เพียง 1 ข้างหรือ 1 ก้าม เพื่อเอาไว้ต่อสู้กับศัตรู หรือเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย ขณะที่ตัวเมียจะมีก้ามเล็กขนาดเท่ากันทั้งสองข้าง และมีหลากสี ชาวบ้านไม่นิยมนำไปรับประทาน เพราะเป็นปูที่มีขนาดเล็ก เนื้อน้อย

โดยปูก้ามดาบได้ชื่อว่าเป็น “นาฬิกาชีวภาพ” เพราะสามารถรู้กำหนดเวลาน้ำขึ้น-น้ำลงได้เป็นอย่างดี โดยก่อนที่น้ำจะขึ้นราว 1–2 ชั่วโมง ปูก้ามดาบจะนำดินมาปิดปากรูเพื่อป้องกันน้ำทะเลไหลลงไปในรู หากเราเห็นปูก้ามดาบนำดินมาปิดปากรูเมื่อไรก็แสดงว่าอีกประมาณ 1–2 ชั่วโมง จะมีน้ำทะเลหนุนขึ้นมาสูงท่วมพื้นที่บริเวณนั้น

ซึ่งในปีนี้ชาวบ้านพบปริมาณปูก้ามดาบหลากสีเพิ่มมากขึ้นและกระจายอยู่ทั่วทั้งผืนป่าเป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนที่ไร้มลพิษ หรือการคุกคามทำลายของชาวบ้าน ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะกลุ่มนักอนุรักษ์ ทยอยเดินทางไปถ่ายภาพฝูงปูก้ามดาบกันอย่างต่อเนื่อง เพราะมีสีสันที่สวยงาม แปลกกว่า และพบได้มากกว่าที่อื่น หรือพบได้แทบทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. หากไม่มีฝนตกลงมา

ขณะที่นายอภินันท์ เพชรเพ็ง ตัวแทนชาวบ้านหมู่ที่ 8 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กล่าวว่า ปูก้ามดาบเป็นปูหลากสี มีทั้งสีแดง สีส้ม สีอมชมพู สีเขียว บางตัวอาจจะเป็นสีดำ สามารถพบเห็นได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะช่วงน้ำลง เพราะรังจะโผล่มาเหนือน้ำ ส่วนช่วงน้ำขึ้นก็พบเจอเหมือนกัน ปีนี้มีพบปูก้ามดาบเยอะเป็นพิเศษ ตนสังเกตเพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลย.