จากกรณีภาพอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง อัญเชิญพระอุเชน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัดสวนขัน โบราณวัตถุอายุกว่า 1,600 ปี ไปประกอบพิธี ทั้งมีภาพกอด จูบ องค์พระอุเชน จนเกิดเป็นกระแสดราม่านั้น
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. เพจเฟซบุ๊ก สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ถึงกรณีข่าวพระอุเชนที่เป็นกระแสสังคมตอนนี้ ว่า พระอุเชน วัดสวนขัน โบราณวัตถุที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ในความครอบครองของวัดและเอกชน พระอุเชน เป็นพระพิฆเณศสร้างจากศิลา ศิลปะศรีวิชัย อายุพุทธศตวรรษที่ 13-15 อยู่ในความครอบครองของวัดสวนขัน ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช กรมศิลปากรพิจารณาเห็นว่าพระอุเชนเป็นโบราณวัตถุที่มีประโยชน์หรือคุณค่าในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีเป็นพิเศษ จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ (พระอุเชน) โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 124 ตอนพิเศษ 69 ง ลงวันที่ 7 มิ.ย. 2550
การประกาศขึ้นทะเบียนดังกล่าว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปกป้องคุ้มครองโบราณวัตถุ (พระอุเชน) จากการดัดแปลงแก้ไข ชำรุด เสียหายหรือสูญหาย โดยที่สิทธิในการครอบครองพระอุเชนยังคงเป็นของวัดสวนขันดังเดิม ซึ่งจากการประกาศขึ้นทะเบียนมีผลให้พระอุเชนได้รับการคุ้มครองใน 3 ประเด็น สำคัญ ได้แก่ 1.ห้ามมิให้ซ่อมแซม แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง โดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากร 2.หากเกิดความชำรุด หักพัง เสียหาย สูญหาย หรือมีการย้ายสถานที่เก็บรักษา ให้ผู้ครองครองแจ้งเป็นหนังสือไปยังอธิบดีกรมศิลปากรภายใน 30 วัน 3.หากผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์ หรือทำให้สูญหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ศึกษาเพิ่มเติมใน พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 หมวด 2 และหมวด 5
กรณีข่าวพระอุเชนที่เป็นกระแสสังคมตอนนี้ เกิดขึ้นเมื่อปี 2566 โดยมีกลุ่มผู้มีจิตศรัทธาได้จัดงานคเณศจตุรถี ในวันศุกร์ที่ 15 ก.ย. 2566 ณ ธรรมสถานเรือนพระปัณณวิชญ์ เขตบางบอน กรุงเทพฯ จึงได้ประสานมายังวัดสวนขันผู้ครอบครองพระอุเชน เพื่อขออนุญาตอัญเชิญพระอุเชนไปประดิษฐานชั่วคราว จากนั้นวัดสวนขันได้ทำหนังสือมายังสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช แต่เนื่องจากพระอุเชนเป็นโบราณวัตถุในความครอบครองของวัดสวนขัน กรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช จึงไม่มีอำนาจในการอนุญาต หรือไม่อนุญาตในการดังกล่าว จึงแจ้งว่าไม่ขัดข้องในการเคลื่อนย้ายพระอุเชน และเพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองพระอุเชนจากความชำรุดเสียหายจากการเคลื่อนย้ายหรือถูกสลับสับเปลี่ยนในก่อนและหลังการเคลื่อนย้ายพระอุเชน สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำในการเคลื่อนย้ายและร่วมตรวจสอบโบราณวัตถุดังกล่าวด้วย



