เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นายอาม อายุ 18 ปี นักศึกษาเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง และหารายได้เสริมด้วยการขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมจากกรณี ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 6-7 คน ขับรถเก๋งและรถกระบะ รุมทำร้ายจนเบ้าตาข้างขวาแตก ต้องเย็บถึง 8 เข็ม และร่างกายมีรอยเขียวช้ำทั้งตัว เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางของวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา บนถนนพรประภานิมิตร (ซอยสยามคันทรีคลับ) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
นายอาม เล่าว่า ในวันเกิดเหตุกำลังขี่รถจักรยานยนต์เพื่อไปรับลูกค้า พอขี่รถจักรยานยนต์มาถึงบริเวณปากซอยบ้านล่าง บนถนนพรประภานิมิตร ระหว่างที่กำลังเลี้ยวออกจากซอย ปรากฏว่ามีรถเก๋งคันหนึ่ง วิ่งมาทางตรงด้วยความเร็วสูง พอเห็นรถจักรยานยนต์ของตนเอง ก็มีการบีบแตรเสียงดังลั่น ซึ่งในจังหวะนั้นตนเองกำลังจะเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าทางตรง ขณะที่มือกำลังจะกดไฟเลี้ยว แต่ดันเผลอไปกดแตร 1 ครั้ง ด้วยความที่ตนเองไม่คิดอะไร จึงขี่รถจักรยานยนต์ไปตามทางปกติ
จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็ถูกรถเก๋งคันที่บีบแตรใส่ขับมาประกบข้างแล้วขับปาดหน้า บังคับรถจักรยานยนต์ของตนเองให้จอดลงข้างทาง พอจอดรถก็มีกลุ่มวัยรุ่นที่นั่งมาในรถเก๋ง พากันกรูเข้ามาหา แล้วพูดว่า “มึงขับรถตามกูเหรอ” จากนั้นก็เปิดฉากรุมทำร้ายตนเองแบบไม่ยั้ง ทั้งต่อย ทั้งเตะ และกระทืบซ้ำ จนตัวเองร่วงลงไปนอนกองกับพื้น นอกจากนี้ยังมีรถกระบะอีกหนึ่งคันตามมาด้านหลัง เข้ามาช่วยกลุ่มทำร้ายตนเองซ้ำ หลังจากก่อเหตุหนึ่งในผู้ก่อเหตุยังมาพูดใส่หน้าว่า “มึงอย่าเก๋า” ก่อนพากันหลบหนีไป โดยในเบื้องต้นกลุ่มคนร้ายน่าจะมีประมาณ 5-6 คน แต่หากดูจากกล้องวงจร พบว่าคนที่ที่นั่งมาในรถ ทั้งรถเก๋งและรถกระบะ มีไม่ต่ำกว่า 10 คน ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ จึงอยากให้ตำรวจช่วยติดตามกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยยืนยันว่าตนเองไม่มีเจตนาจะบีบแตรหาเรื่อง และที่สำคัญตนเองเป็นนักศึกษา อยากช่วยพ่อแม่หาเงินเลี้ยงชีพ ด้วยการออกมาหารายได้พิเศษ ขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน และไม่คิดอยากจะมีเรื่องกับใคร แต่ก็ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ และหากว่าในวันนั้นตนไม่สวมใส่หมวกกันน็อก คงจะบาดเจ็บหนักกว่านี้
ในส่วนคืบหน้าของคดี พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ได้เรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังมีการส่งตัวไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบทะเบียนรถคันก่อเหตุทั้ง 2 คัน มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



