เมื่อวันที่ 24 พ.ย. พ.ต.ท.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.ส.ทล.1กก.1 บก.ทล. ร.ต.อ.ภาณุ พละศักดิ์ รอง สว.ส.ทล.1กก.1 บก.ทล. ร.ต.ท.ประธาน จตุพันธ์ รอง สว.ส.ทล.1กก.1 บก.ทล. ร.ต.ต.วิรัตน์ ทองคำ รอง สว.(ป)สว.ส.ทล.1กก.1 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงร่วมกันจับกุมนายไพโรจน์ พรมบุตร อายุ 38 ปี และ นายธนกฤต บุตรสีดา อายุ 43 ปี ทั้งสองเป็นชาว จ.ร้อยเอ็ด พร้อมของกลางรถโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์ ติดแผ่นป้ายทะเบียน 5 กน 7154 กรุงเทพมหานคร(ทะเบียนปลอม) ป้ายทะเบียนจริง งข- 6293 นครราชสีมา และเงินสดติดสินบนเจ้าพนักงาน 2,000 บาท โดยจับกุมได้บนถนนพหลโยธินขาเข้า กม. 51 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะก่อเหตุขับรถเฉี่ยวชน รถกระบะอีซูซุ ทะเบียน ผบ 5514 นครราชสีมา ได้รับความเสียหาย โดยมีนายอนิรุต มะรุ่ม อายุ 45 ปี ชาว จ.นครราชสีมา พ่อค้าผลไม้ เป็นผู้ขับมากับภรรยา อยู่ระหว่างกำลังต่อรองราคาเรียกค่าเสียหาย

นายอนิรุต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน มีรถคันหนึ่งขับแบบจี้ท้ายรถมาตลอดทางและเปิดไฟยิงใส่เพื่อขอทางให้ตนเปลี่ยนเลนหลบ จังหวะนั้นมีรถโตโยต้า อัลติส ขับเข้ามาในช่องทางด้านซ้ายระยะประชิดจนเกิดเฉี่ยวชนกัน เลยขับรถชิดขอบถนนเลนซ้ายสุดพร้อมคู่กรณี เพื่อลงมาเจรจาค่าเสียหาย แต่เมื่อลงมาถึงคู่กรณีมากัน 3 คน ลงรถมาก็ถามก่อนเลยว่ารถตนมีประกันภัยหรือไม่ แต่พอบอกว่าไม่มีประกันก็ออกลายเอะอะโวยวายเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆนานา แนวข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ผ่านมาพอดีและเห็นว่ามีปากเสียงตกลงกันไม่ได้ จึงแนะนำให้ไปตกลงกันที่สถานีตำรวจทางหลวง กระทั่งตรวจสอบรายละเอียดจึงทราบว่าคู่กรณีเป็นแก๊งตบทรัพย์ ก่อนจับกุมดังกล่าว

พ.ต.ท.ธนศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจทางหลวงอยุธยา รับแจ้งเหตุแก๊งตบทรัพย์ โดยวิธีขับรถจี้ให้เกิดการเฉี่ยวชนก่อนข่มขู่เรียกเงินจากผู้เสียหาย ตั้งแต่เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา บนถนนพหลโยธิน ขาออกช่วงหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นรถโตโยต้า ทะเบียน งข – 6293 นครราชสีมา และพยายามข่มขู่เรียกเงินจากเหยื่อ 6,000 บาท แต่ครั้งนั้นมีกล้องหน้ารถพลเมืองดีบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ และตลอดเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง พยายามติดตามรถทะเบียนดังกล่าว โดยบันทึกไว้ในระบบของตำรวจทางหลวง ประกอบกับห้วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีชาวบ้านโพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัยรถโตโยต้าแก๊งตบทรัพย์ ลักษณะเดียวกันแต่ใช้ทะเบียน 5 กน 7154 กรุงเทพมหานคร จึงนำมาบันทึกไว้ในระบบเพิ่มเติม

สว.ส.ทล.1กก.1 บก.ทล. กล่าวอีกว่า กระทั่งวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา(รถจักรยานยนต์) ขี่ตระเวนตรวจสภาพการจราจรไปประสบเหตุรถชนกันบริเวณไหล่ทางตกลงกันไม่ได้เกิดทะเลาะวิวาทกัน จึงเข้าไปตรวจสอบและแนะนำให้มาเจรจากันที่สถานีตำรวจ แต่ผู้ต้องหาทั้งสองท่าทีมีพิรุธบ่ายเบี่ยงไม่ยอมมาที่สถานี อีกทั้งยังพยายามจ่ายสินบนเป็นเงิน 2,000 บาท ของกลางกับเจ้าหน้าที่และผู้เสียหายเพื่อให้เลิกลากันไป ทำให้น่าเชื่อว่าจะเป็นแก๊งตบทรัพย์เรียกเงิน จึงควบคุมตัวมาที่สถานีก่อนตรวจสอบป้ายทะเบียนพบว่าตรงกับในระบบที่บันทึกไว้และตรงกับหลายๆช่องทางที่เตือนภัย สอบสวนเบื้องต้นทั้งสองรับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุจริง โดยนานๆจะออกมาทำกันทีเน้นเลือกรถสภาพเก่าที่คาดว่าจะไม่มีประกันภัยแล้วข่มขู่คู่กรณีรีดทรัพย์ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการขับรถจี้ท้ายรถเหยื่ออีกคัน ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป