ห่างหายจากหน้าจอไปนานหลายปี สำหรับพระเอกในตำนาน “แอนดริว เกร้กสัน” ที่ล่าสุดได้ฤกษ์คัมแบ๊กสู่วงการบันเทิงอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง “เวียนว่ายตายเกิด” และในงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์ดังกล่าว เจ้าตัวก็ได้เปิดใจเล่าถึงชีวิตในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของวงการ และความซาบซึ้งใจที่มีต่อแฟน ๆ ที่ยังคงตามไปให้กำลังใจใน TikTok แม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยได้ตอบคอมเมนต์ก็ตาม

พระเอกหนุ่ม เผยว่า “หายหน้าไปนานมาก ในวงการบันเทิง ปกติช่วงหลังผมเล่นละครซีรีส์ หลังจากโครงสร้างธุรกิจเปลี่ยนไป ละครก็ทำน้อยลง แต่ช่องมีมากขึ้น เราก็ได้ไปเล่นช่องอื่น กี่ปีแล้วจำไม่ได้ แต่เรื่องนี้ถ่ายเสร็จตั้งแต่ปีที่แล้ว มันก็มีตัวแปรหลายอย่างในกระบวนการทำงาน มันเลยเลยเถิดมาถึงตอนนี้ ที่ผ่านมายังรับมาเรื่อยๆ แต่อาจจะไปอยู่ในแพลตฟอร์มอื่น แล้วรูปแบบงาน เขาเริ่มไปดูในแพลตฟอร์ม โครงสร้างของโปรดักชั่นมันก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งมันใช้เวลาปรับตัวกันนิดหนึ่ง ขนาดตัวเราถ้าไม่ได้ดู Netflix ก็ดู TikTok ดูอะไรพวกนี้

แล้ววงการบันเทิงเปลี่ยนไปยังไงบ้าง คือจากที่เมื่อก่อนรายได้หลักของสถานีโทรทัศน์ก็คือโฆษณา แต่รูปแบบของโฆษณาก็เปลี่ยนไปจากทีวีธรรมดามาเป็นอินเทอร์เน็ตแล้วก็มาโทรศัพท์ ทุกอย่างเปลี่ยนหมด เพราะฉะนั้นหลายอย่างก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่มันไม่มี แต่มันน้อยลง จากเมื่อก่อนปีหนึ่งหลายร้อยเรื่อง ทุกวันนี้ผมว่าต่อหนึ่งปีรวมกันทุกช่องไม่ถึงร้อยหรือเปล่า รูปแบบของงานก็จะเปลี่ยนด้วย อย่างรูปแบบของงานก็จะมีขอบเขตประมาณนี้ แต่พอมีช่องต่างๆ มากขึ้น มีของต่างประเทศ ของเราก็เริ่มเป็นสากลมากขึ้น งานก็เริ่มจะโหดขึ้น มาตรฐานการทำงานมันก็จะสูงขึ้น ซึ่งตอนที่หายจากวงการ คือมีธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ งานในวงการบันเทิงมีความสนใจที่จะเก็บเกี่ยวไปเรื่อยๆ เมื่อจังหวะเวลามันพร้อมที่จะไม่เครียด ไม่เหนื่อยมาก เพราะตอนนี้เน้นสบายใจเป็นหลัก

ถามว่าพองานน้อยลง เราในฐานะนักแสดงมีผลกระทบไหม ผมว่าไม่ได้กระทบแต่ในเมืองไทย ในต่างประเทศหรือแม้กระทั่งในฮอลลีวูดก็เปลี่ยนไปหมด จากที่เมื่อก่อนนักแสดงที่เล่นภาพยนตร์ก็จะไม่เล่นทีวีเลย ทุกวันนี้เขาก็ต้องเล่น ต้องเล่นในแพลตฟอร์ม แล้วมีแพลตฟอร์มเยอะมาก ทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตกันหมด ไม่ใช่เฉพาะในไทยอย่างเดียว ส่วนการปรับตัวให้เข้าสู่สถานการณ์นี้ คือผมว่าไม่ใช่แค่ผมคนเดียว แต่ประชาชนคนทุกคนต้องปรับตัวกันมาก ใครไม่ปรับตัวจะอยู่ลำบาก ไม่ใช่แค่งานนักแสดงอย่างเดียว ทุกอาชีพ ทุกตำแหน่ง ในกองถ่าย ในห้าง เปลี่ยนโครงสร้างกันหมด แล้วเราจะคาดหวังให้ใครดูแลเราก็ไม่ได้ทุกวันนี้ ทุกคนเหมือนจะเอาแต่ตัวเองกันหมด

อย่างตอนที่เราเล่น TikTok มีแฟนๆ ไปตามให้มาแสดงไหม ก็มีครับ ส่วนตอบคอมเมนต์ ปกติผมไม่ค่อยตอบ นานๆ จะเข้าไปกดไลก์ตอบบ้าง แต่น้อยมาก เวลามีคนคอมเมนต์บอกให้กลับมา แค่เขากดไลก์ก็ดีใจแล้ว แค่เขามาคอมเมนต์ด้วยความน่ารัก ผมก็ขอบคุณน้ำตาจะไหล ถามว่ายังดูแลตัวเองเหมือนเดิมไหม ถ้าทำงานก็ต้องอีกโหมดหนึ่ง ถ้าไม่ได้ทำงานก็อยู่ปกติ ตอนนี้กลับมารับงานเต็มตัวแล้ว คือถ้ามีจังหวะและโอกาส ทุกอย่างลงตัวก็ทำงาน เป็นงานที่เรารักครับ ตอนนี้ก็มีธุรกิจเล็กๆ พอได้ค่าข้าว ผมไม่มีหนี้ ผมพยายามไม่มีหนี้ ตั้งแต่เด็กแล้วครับ เราก็อยู่แบบบีบรัดมาตลอด แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกต้องมาจำกัดตัวเอง เพราะผมก็อยู่แบบนี้สบายๆ

หลังจากนี้ ถามว่ามีโปรเจกต์อะไรอีกไหม คือที่ผ่านมาก็มีโปรเจกต์ที่เราไม่ได้ทำ หลังจากนี้ก็ถ้าในสถานการณ์บ้านเมืองพอจะไปได้ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่สงบ ทำๆ หยุดๆ ผมอ่อนไหวกับอะไรแบบนี้เหมือนกัน เราอ่อนไหวกับชายแดนไปด้วย ไม่สามารถจะไปดูแลอะไรที่เป็นภาระของเราได้ มันต้องทุ่มไปกับงาน เราต้องเตรียมตัวเอง ตอนนี้ต้องทำทุกอย่างแล้วครับ ข้าวมันไก่ก็ต้องขายแล้วครับ เสิร์ฟก็ต้องเสิร์ฟครับ”