สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่าสำนักงานคณะผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่แถลงการณ์ของนายแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอล ว่าสหรัฐและอิสราเอลเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้น อิสราเอลมีความซาบซึ้งต่อทุกความสนับสนุนที่อีกฝ่ายมอบให้มาตลอด อย่างไรก็ตาม มีบางครั้งที่อิสราเอลตัดสินใจลงมือปฏิบัติ แล้วค่อยแจ้งให้สหรัฐรับทราบ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลรายนี้กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การโจมตีกาตาร์ แต่เป็นการมุ่งเป้าโดยตรงไปที่กลุ่มฮามาส ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเป็นการต่อต้านการก่อการร้าย ไม่ใช่การต่อต้านกาตาร์และประเทศอาหรับแห่งใดก็ตาม และยืนยันว่า การตัดสินใจของรัฐบาลในเรื่องนี้ “ถูกต้องแล้ว”
Israel carried out strikes on Doha targeting Hamas leaders, where Qatar was mediating efforts to broker a truce in Gaza. Details regarding casualties remain unclear. pic.twitter.com/cK13JcH0uz
— DW News (@dwnews) September 9, 2025
ก่อนหน้านั้น นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า การโจมตี “เกิดขึ้นด้วยความชอบธรรม” พร้อมทั้งย้ำว่า อิสราเอล “วางแผนเอง ดำเนินการเอง และจะรับผิดชอบทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา” จากการลงมือครั้งนี้
"The president views Qatar as a strong ally and friend of the United States and feels very badly about the location of this attack."
— ABC News (@ABC) September 9, 2025
White House press sec. Karoline Leavitt read a statement after Israel's strike on Hamas leadership in Doha. https://t.co/X3EkiIHoZ7 pic.twitter.com/OdDyR4QcgF
ท่าทีดังกล่าวของอิสราเอลเกิดขึ้น หลังทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ว่ารัฐบาลวอชิงตันเสียใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่า มอบหมายให้นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ แจ้งให้กาตาร์รับทราบล่วงหน้า เกี่ยวกับการโจมตีของอิสราเอล แต่กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เปิดเผยในเวลาต่อมาถึงประเด็นนี้ว่า “การโจมตีเกิดขึ้นแล้วสหรัฐค่อยติดต่อมา”
ด้านกระทรวงมหาดไทยของกาตาร์รายงานว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างน้อย 1 ราย โดยไม่ได้ระบุถึงกลุ่มฮามาส ส่วนกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ ว่ามีสมาชิกเสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย แต่นายคาห์ลิล อัล-เฮย์ยา ผู้แทนระดับสูงของกลุ่มฮามาส “รอดชีวิต” จากเหตุการณ์ครั้งนี้.
เครดิตภาพ : AFP



