เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิชานิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ จากโรงเรียนสตรีสิริเกศ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ประมาณ 40 คน พร้อมกับคณะอาจารย์ เดินทางมาศึกษาดูงานนอกห้องเรียน พร้อมกับเข้าเรียนในห้องเรียน “นิติรัฐ”

โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาให้การต้อนรับและเป็นวิทยากรและอาจารย์พิเศษ โดยเปิดเผยว่า วันนี้ มีนักเรียนจำนวน 40 คน ที่เดินทางเพื่อเข้ามาศึกษาในห้องเรียนนิติรัฐ เพราะมีความสนใจในเรื่องของนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์

จากนั้นนายสิริพงศ์ ได้พาคณะนักเรียนเข้ามาเยี่ยมชมภายในที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยเริ่มต้นที่บริเวณห้องแถลงข่าว และห้องพักสื่อมวลชน อยู่ที่บริเวณชั้น 2 ของที่ทำการพรรคภูมิใจไทย

ต่อด้วยพาเยี่ยมชมห้องประชุม สส.พรรค ที่บริเวณ 4 โดยห้องนี้ นายสิริพงศ์ได้กล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่ห้องเรียนนิติรัฐ เริ่มต้นด้วยการเปิดสไลด์ประวัติความเป็นมาของพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่วันก่อตั้งที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่บรรยายตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงพรรคภูมิใจไทย มาจนถึงแนวทางการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 16 ปี และกำลังก้าวสู่ปีที่ 17 ภายใต้บ้านสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีประจำพรรคภูมิใจไทย

รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้บรรยายเกี่ยวกับแนวนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่จะเร่งดำเนินการในช่วงที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ที่จะนำ “โครงการคนละครึ่ง” กลับมา

ในช่วงเวลา 16.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เข้ามาร่วมพูดคุย-ตอบคำถาม โดยทันทีที่ นายกฯ มาถึงที่ห้องประชุม น้องๆ ได้ส่งเสียงกรี๊ด และนายอนุทิน ได้ทักทายน้องๆ ว่า “ฮัลโหล” พร้อมถามว่า “มีใครจะถามอะไรไหม” รวมทั้งได้แนะนำตัว นายสันติ พร้อมพัฒน์ ด้วย

ตัวแทนนักเรียนถามว่า ในระยะเวลา 4 เดือนที่เป็นฐบาล ได้นำนโยบายหรือแนวคิดอะไรที่พิเศษ ที่พัฒนาแล้วต่อยอดในช่วงที่เป็นรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า 4 เดือนไม่ใช่เวลาที่ยาวนาน สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้สำหรับประเทศไทยคือ ต้องเร่งแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้พวกเรา ให้ญาติเราชาวศรีสะเกษ สมัยก่อนเรายังข้ามเอาของไปขาย ไปหาเพื่อน หาญาติสะดวก ตอนนี้ทำไม่ได้ ต้องเร่งให้ประชาชนกลับมาสู่ความเป็นปกติให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องการทหาร การทูต การเจรจาความร่วมมือ หรือการสู้รบต่อสู้ ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของทหาร เราต้องหาวิธีที่ทำให้ประชาชนใช้ชีวิตเป็นปกติให้เร็วที่สุด

จากนั้น นายอนุทิน ได้ให้น้องๆ ได้ถ่ายรูปร่วมกัน สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก รวมถึงได้ร่วมอวยพรทุกคน ในเรื่องการเรียนและการดำเนินชีวิต ว่า เราจะได้นำความรู้ที่ได้มาพัฒนาบ้านเมือง รับใช้ชาติ มาดูแลพวกลุงนี่แหละ เพราะอีกหน่อยก็แก่แล้ว ฝากบ้านเมืองไว้กับลูกหลาน ขอให้โชคดีทุกคน.




