เมื่อวันที่ 11 ก.ย. สืบเนื่องจาก ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 4 กันยายน 2568 ถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน โดยเนื้อหาในเอกสารระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติแต่งตั้งเจ้าพนักงานและคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนเพิ่มเติมเพื่อไต่สวนเรื่องการคัดค้านการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ กรณีที่มีการกล่าวหาว่าฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1)

เนื่องจากเป็นคดีที่ยุ่งยากซับซ้อน มีกลุ่มบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมากและมีการปกปิดการกระทำความผิด ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้วเห็นว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการสอบสวนคดีที่ซับซ้อนและการรวบรวมพยานหลักฐานด้วยเทคโนโลยีพิเศษ จึงได้ขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญจำนวน 3 คน เพื่อเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของสำนักงาน กกต.

เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีคำสั่งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ 3 คน ได้แก่ พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายระวี อักษรศิริ ผู้อำนวยการกองคดีการฟอกเงินทางอาญา และ นายเอกรินทร์ ดอนดง ผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของสำนักงาน กกต. ตามที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ได้มีหนังสือขอการสนับสนุน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ DSI ทั้ง 3 คนนี้ไม่ใช่คนใหม่ในคดี แต่เป็นทีมเดิมที่เคยร่วมงานกับ กกต. มาแล้วในคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ซึ่งเคยทำสำนวนไต่สวนในคดีนี้ในขั้นที่ 1 ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 ราย ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภาตัวจริง 138 ราย และ กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและเครือข่าย 91 ราย ในข้อหาตามกฎหมายเลือกตั้งมาตรา 70, 36, 62, 76 และ 77 (1).