เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ก.ย. 68 ที่ศาลากลางหมู่บ้านภูมิซรอล หมู่ที่ 12 ชายแดนไทย-กัมพูชา ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นางประพิณ รุจิรวงศ์, นางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ และนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารเดลินิวส์ พร้อมด้วยมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล มอบหมายให้ นายพิสิษฐ์ สิริวิริยะธนา ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้แทน ร่วมกับ นายจรัญ จันทร์พวง หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดศรีสะเกษ ในการมอบถุงยังชีพจำนวน 100 ชุด และน้ำดื่มอีกจำนวน 50 แพ็ก ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปอาศัยหลบภัยอยู่ตามศูนย์พักพิงชั่วคราวต่าง ๆ ที่ทางอำเภอและจังหวัดจัดเตรียมไว้รองรับ

สำหรับจังหวัดศรีสะเกษได้เกิดเหตุปะทะขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ซึ่งนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงนามในประกาศจังหวัดศรีสะเกษ กำหนดให้พื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์, อำเภอภูสิงห์ และอำเภอขุนหาญ เป็นเขตประสบสาธารณภัยและเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ประเภทภัยอื่น ๆ (ภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ) โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 39 ตำบล 498 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจำนวน 113,771 ครัวเรือน รวมประชาชน 303,586 คน
ดังนั้น ทางคณะผู้บริหารมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล และเดลินิวส์ จึงได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งที่เกิดจากภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมและการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือด้วยการจัดหาสิ่งของที่ต้องการและจำเป็นไปมอบให้ประชาชน ทั้งนี้ ขอเชิญชวนองค์กรหรือบุคคลทั่วไปร่วมแบ่งปันน้ำใจด้วยการร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเข้ามูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล เพื่อนำไปจัดซื้อสิ่งของต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป

ขณะที่ น.ส.จันทร์ศรี ชัยขันตรี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ที่ 11 บ้านหนองเม็กน้อย ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า วันนี้ขอขอบคุณมูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล และเดลินิวส์ เป็นอย่างมาก ที่มีความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังคงมีความกังวลใจอยู่บ้าง เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ในอนาคต และไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นอีกหรือไม่ แต่ก็ได้รับกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศและทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นบ้าง ก็ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโอกาสนี้ด้วย.



