สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่าบลูมเบิร์กเป็นสื่อแห่งแรก ที่รายงานการเปลี่ยนเปลงด้านนโยบายดังกล่าว และได้รับการยืนยันจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ

ขณะที่นางเบธานี สตีเวนส์ โฆษกของนาซา ระบุว่า การดำเนินการภายในต่อชาวจีน รวมถึงการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก วัสดุ และเครือข่ายของนาซา ทั้งทางกายภาพและทางไซเบอร์

บลูมเบิร์กรายงานด้วยว่า ชาวจีนได้รับอนุญาตให้ทำงานในฐานะผู้รับเหมา หรือนักศึกษาที่มีส่วนร่วมในงานวิจัย แม้ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานก็ตาม แต่เมื่อวันที่ 5 ก.ย. แหล่งข่าวเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงระบบไอทีได้อย่างกะทันหัน

https://twitter.com/business/status/1965795003881418973?t=iy7DH91ZJOHOjMD-0ryp4g&s=19

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสต่อต้านจีน ที่ทวีความรุนแรงขึ้นภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และขณะที่จีนกับสหรัฐกำลังแข่งขันกันส่งนักบินอวกาศไปดวงจันทร์ ทั้งในโครงการอาร์ทิมิสของสหรัฐ และแผนการลงจอดนักบินอวกาศภายในปี 2573 ของจีน

นายฌอน ดัฟฟีย์ รมว.คมนาคมสหรัฐ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการนาซา กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังอยู่ในการแข่งขันทางอวกาศรอบสอง เนื่องจากจีนต้องการกลับไปเหยียบดวงจันทร์ก่อนเรา “ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้” โดยเขาย้ำว่า อเมริกาเคยเป็นผู้นำในด้านอวกาศในอดีต และจะเป็นต่อไปในอนาคต.

เครดิตภาพ : AFP