เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความเตือนประชาชนเรื่องการดูแลไต พร้อมแนะนำ 5 อาหารที่ไม่เค็ม แต่เสี่ยงทำร้ายไต ซึ่งหลายคนอาจรับประทานเป็นประจำโดยไม่รู้ตัว

นพ.เจษฎ์ ระบุว่า หลายคนมักคิดว่าอาหารทำร้ายไตต้องเป็นของเค็ม เช่น ปลาเค็ม หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ความจริงยังมีอาหารหลายชนิดที่เรากินเป็นประจำ แต่กลับทำให้ไตเสื่อมอย่างเงียบ ๆ

1. ขนมปังและเบเกอรี่

ขนมปัง โดนัท ครัวซองต์ และเบเกอรี่ทั่วไป มี ผงฟู ซึ่งเป็นแหล่งโซเดียมแฝง และบางชนิดมีฟอสฟอรัสสูง ทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นและเสี่ยงเกิดหินปูนสะสมในไต

คำแนะนำ: เลือกขนมปังโฮลวีต หรือขนมปังยีสต์ธรรมชาติ (Sourdough)

2. ชาไข่มุกและเครื่องดื่มหวานจัด

เครื่องดื่มยอดนิยม เช่น ชาไข่มุก กาแฟเย็น หรือชาเขียวปั่น อาจมีน้ำตาลถึง 10–15 ช้อนชา ทำให้เสี่ยงน้ำตาลในเลือดสูง และนำไปสู่เบาหวาน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของไตเสื่อม

คำแนะนำ: ลดความหวาน หรือเลือกหวานน้อย–ไม่ใส่น้ำตาล

3. ข้าวขาว ก๋วยเตี๋ยว และอาหารแป้งสูง

แป้งขัดสีทำให้ไตทำงานหนักขึ้น เนื่องจากต้องกรองน้ำตาลและของเสียในเลือด

คำแนะนำ: เปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และลดแป้งมื้อเย็น

4. น้ำจิ้มและซอส

ซอสปรุงรส เช่น ซีอิ๊ว น้ำปลา ซอสพริก น้ำจิ้มหมูกระทะ หรือซอสมะเขือเทศ มีโซเดียมสูงและบางชนิดแฝงน้ำตาล ฟอสฟอรัส และผงชูรส ทำให้ไตทำงานหนัก

คำแนะนำ: เลือกสูตรโซเดียมต่ำ หรือทำน้ำจิ้มเอง

5. ผลไม้และน้ำผลไม้บางชนิด

ผลไม้หวานจัด เช่น ทุเรียน ขนุน ลำไย มะม่วงสุก และน้ำผลไม้สำเร็จรูป มีน้ำตาลสูงและดูดซึมเร็ว ทำให้ไตต้องทำงานหนัก

คำแนะนำ: กินผลไม้สดที่น้ำตาลต่ำ เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียว เบอร์รี่ ส้มโอ และควรกินผลไม้ทั้งชิ้นดีกว่าปั่นเป็นน้ำ

นพ.เจษฎ์ สรุปว่า ไตเสื่อมไม่ได้เกิดจากของเค็มเพียงอย่างเดียว อาหารหวานจัด แป้งขัดสี ผงฟู และซอสต่าง ๆ ก็เป็นตัวเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น การลดความเสี่ยงง่าย ๆ คือ ลดอาหารหวานจัด แป้งขัดสี และน้ำจิ้มเค็ม เลือกขนมปังโฮลวีต ขนมปังยีสต์ และอ่านฉลากอาหารให้ละเอียด

เริ่มดูแลไตตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต!