นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รมช.คลัง เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ถึงปัญหาการแข็งค่าของค่าเงินบาท  เป็นเพราะคนไทยขายทองจริงหรือไม่ ว่า  ช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจนต่ำกว่า 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยวเป็นหลัก ทำให้เงินบาทแข็งเกินพื้นฐานอาจกระทบต่อการแข่งขันของประเทศโดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เป็นปัจจัยผลักดันให้เงินบาทแข็ง ก็คือ การที่คนไทยแห่ขายทองคำ เมื่อราคาทองคำโลกปรับตัวสูงขึ้น

“สาเหตุว่าทำไมขายทองแล้วเงินบาทถึงแข็งค่าว่า มาลองดูแบบง่ายๆ คือ  คนไทยถือทองคำอยู่ในมือ ต่อมาเมื่อราคาทองโลกสูงขึ้น เช่น ทะลุ $3,600 ต่อออนซ์ นักลงทุนหรือร้านทองตัดสินใจขายทองออกไปยังตลาดโลก ซึ่งเงินที่ได้รับจากการขายทองคือดอลลาร์สหรัฐ เมื่อจะนำเงินกลับมาใช้ในไทย ต้องแปลงดอลลาร์กลับเป็นเงินบาททำให้เกิดความต้องการซื้อเงินบาทเพิ่มขึ้นมากในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทจึงแข็งค่าอย่างรวดเร็วจากแรงขายทองรอบใหญ่”

ดังนั้น ธปท. มองเรื่องนี้อย่างไร และอาจจะเสนออะไร ซึ่งเคยมีการรวบรวมข้อมูลและธปท. เชื่อว่า การซื้อขายทองคำมีผลต่อค่าเงินบาท ซึ่งถ้าบาทยังแข็งอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการขายทองคำออกไป ธปท. อาจจะเสนอแนวทางให้กระทรวงการคลังพิจารณาใช้กลไกภาษี และมาตรการอื่น เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม อาทิ  การซื้อขายทองคำด้วยเงินบาท อาจถูกเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ซื้อขายทองคำด้วยดอลลาร์ จะได้รับการยกเว้นภาษี

ซึ่งแนวทางนี้คือการจูงใจให้คนซื้อขายทองโดยไม่กระทบต่อค่าเงินบาท ลดแรงแปลงสกุลเงินที่จะทำให้บาทแข็งเกินพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม จะไม่รวมธุรกรรม การซื้อขายทองคำรูปพรรณของลูกค้ารายย่อยทั่วๆ ไป

ที่ผ่านมา หลายประเทศก็เคยเจอเรื่องคล้ายกัน และมีแนวทางป้องกันไม่ให้ค่าเงินตัวเองแข็งเกินไปจากการซื้อขายทอง เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์กลางการส่งออกทองของโลก ซึ่งเงินฟรังก์สวิส เคยแข็งเร็ว จนธนาคารกลางต้องแทรกแซงตั้งอัตราขั้นต่ำกับยูโร เพื่อพยายามไม่ให้กระแสเงินจากทองทำให้ค่าเงินแข็งเกินไป

เช่นเดียวกับดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นครแห่งทองคำของตะวันออกกลางซึ่งรัฐบาลสนับสนุนให้ซื้อขายทองด้วยดอลลาร์สหรัฐ โดยตรง ไม่ผ่านเงินท้องถิ่นเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพค่าเงิน หรือแม้กระทั่ง อินเดีย ประเทศที่บริโภคทองมากที่สุดในโลก เคยประสบปัญหาดุลการค้าเสียเพราะการนำเข้าทอง ก็ใช้การเก็บภาษีทองคำและจำกัดการนำเข้าเพื่อควบคุมผลกระทบ

นายวรภัค กล่าวว่า สาระสำคัญที่ควรจับตา หากไม่จัดการให้ดี พฤติกรรมขายทองตอนราคาขึ้นจะเป็นแรงผลักให้เงินบาทแข็งเกินพื้นฐาน ส่งผลเสียต่อผู้ส่งออก นักท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในภาพรวม โดยธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะเสนอนโยบายเชิงรุกให้ใช้ ดอลลาร์สหรัฐ เป็นสื่อกลางในการซื้อขายทอง เพราะทองคำ ไม่ได้เป็นแค่สินทรัพย์ที่ปลอดภัย แต่ยังเป็นตัวแปรที่มีผล กดหรือดันค่าเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ในบริบทของประเทศไทย การจัดโครงสร้างภาษีและระบบการซื้อขายทองใหม่ ให้ชำระเป็น ดอลลาร์สหรัฐ แทน เงินบาท อาจเป็นแนวนโยบายหนึ่งที่ช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในช่วงวิกฤติทองแพงได้