เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ สภ.โป่งน้ำร้อน พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ ฉก.นย.จันทบุรี, พม.จันทบุรี ร่วมกันสอบปากคำคนไทย 5 ราย ที่ถูกแก๊งสแกมเมอร์หลอกไปทำงานเป็น “บัญชีม้า” ในกัมพูชา หลังจากทั้งหมดพยายามลักลอบกลับเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบ

พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัย 5 ราย พยายามลักลอบข้ามแดนบริเวณบ้านเขียว ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน เมื่อตรวจสอบทราบว่าทั้งหมดเป็นคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์ จำนวน 5 ราย

สอบสวน ผู้เสียหายทั้งหมดให้ข้อมูลตรงกันว่า ได้หลงเชื่อประกาศรับสมัครงานบนแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กและไลน์ที่เสนอค่าตอบแทนสูงแลกกับการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อทำงานในประเทศกัมพูชา แต่เมื่อเดินทางข้ามแดนไปยังปอยเปตกลับถูกยึดบัตรประชาชน สมุดบัญชี และโทรศัพท์ พร้อมถูกกักตัวไว้ในตึกกาสิโนที่ชื่อว่า “ซานโห” โดยไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนใดๆ

ต่อมาเมื่อบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายเปิดไว้ถูกระงับการใช้งานหรือที่เรียกว่า “ม้าตาย” ผู้ดูแลจึงนำทั้งหมดไปทิ้งที่ จ.ไพลิน ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนฝั่งจันทบุรี พร้อมชี้เส้นทางให้ลักลอบกลับเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยแต่ละคนมีเงินติดตัวเพียงคนละ 1,000 บาท

1 ในเหยื่อซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 18 ปี ให้ข้อมูลที่น่าตกใจว่า ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวจะถูกคนดูแลทำร้ายร่างกาย และขังเดี่ยวในห้องมืดหากไม่ยอมทำงาน นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังมีคนไทยที่ถูกหลอกไปเปิดบัญชีม้าและตกค้างอยู่ในปอยเปตอีกจำนวนมาก เบื้องต้นทางตำรวจจะนำตัวผู้เสียหายทั้ง 5 ราย ไปสอบสวนเพิ่มเติมก่อนส่งตัวให้ สภ.โป่งน้ำร้อน ดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง ซึ่งต้องเสียค่าปรับรายละ 2,000 บาท และอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาเปิดบัญชีม้าด้วย ส่วนเยาวชนอายุ 18 ปีอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ พม.

พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ ยังได้เน้นย้ำถึงผู้ที่อยากไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน ให้ดูกรณีนี้เป็นตัวอย่างซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภัยจากการค้ามนุษย์และการหลอกลวงแรงงานไทยไปเป็นเครื่องมือของขบวนการ “สแกมเมอร์” ซึ่งยังคงเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงและต่อเนื่อง โดยทางตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการสืบสวนกวาดล้างต่อไป