นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด (MTS Gold)หนึ่งในผู้ค้าทองรายใหญ่ของไทยที่ส่งออกไปกัมพูชา จากทั้งหมดราว 3-4 ราย  เปิดเผยว่า บริษัทค้าทองคำระหว่างประเทศเอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมสีเทา และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเงินบาท โดยเฉพาะเงินบาทแข็งค่าขึ้น พร้อมชี้แจงใน 

4 ประเด็น ได้แก่

• การค้าถูกต้องตามระบบศุลกากร : การส่งออกทองคำไปกัมพูชาเป็นการค้าระหว่างประเทศที่ผ่านระบบศุลกากรของทั้งสองประเทศอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ “เงินเทา” ตามที่ถูกกล่าวหา


• ผู้ค้ากัมพูชาได้รับใบอนุญาตถูกต้อง : สมาคมค้าทองคำตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นการค้ากับผู้ได้รับใบอนุญาตเฉพาะการค้าทองคำระหว่างประเทศ ในกัมพูชามีเพียง 3 – 4 รายเท่านั้น ซึ่งผู้ค้าได้ค้ากับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ “ธุรกิจเทา” ตามที่ถูกกล่าวหา 


• ใช้สกุลเงินดอลลาร์ ไม่กระทบเงินบาท : การค้าทองคำระหว่างไทย – กัมพูชา ใช้สกุลเงินดอลลาร์ทั้งไป และกลับ จึงไม่ส่งผลต่อค่าเงินบาท   ไม่ได้ทำให้ “เงินบาทแข็งค่า” ตามที่ถูกกล่าวหา


•  ไทยเป็น Gold Hub ของอาเซียน : ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกทองคำมากขึ้น โดยเฉพาะไปยังสวิตเซอร์แลนด์ และประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวหน้าของอุตสาหกรรมทองคำไทย จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ “ไทยจะส่งออกทองคำไปกัมพูชา” เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม การที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน กกร.ตั้งข้อสงสัยประเป็นนี้ โดยไม่สอบถามข้อเท็จจริงก่อน อาจสร้างความเข้าใจผิด และส่งผลลบต่อผู้ค้าทองคำไทยที่พยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งทาง กกร.ผลักดันในเรื่องนี้อยู่แล้ว