สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่า นายสเปนเซอร์ ค็อกซ์ ผู้ว่าการรัฐยูทาห์ แถลงว่า เจ้าหน้าที่จับกุมนายไทเลอร์ โรบินสัน วัย 22 ปี ซึ่งเป็นผู้ลอบยิงสังหารนายชาร์ลี เคิร์ก วัย 31 ปี อินฟลูเอนเซอร์การเมืองฝ่ายขวาชื่อดัง ระหว่างการปราศรัยที่มหาวิทยาลัยยูทาห์แวลลีย์ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ ผู้ว่าการรัฐยูทาห์ชื่นชมครอบครัวของโรบินสัน ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จนสามารถยุติการไล่ล่าตัวยาวนาน 33 ชั่วโมงได้ โดยเริ่มจากการที่สมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของคนร้ายติดต่อไปยังเพื่อนคนหนึ่งของครอบครัว เพื่อให้แจ้งตำรวจ ว่าโรบินสันให้การรับสารภาพกับบิดา ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญครั้งนี้


ขณะที่ผลการตรวจสอบกล้องวิดีโอวงจรปิดภายในมหาวิทยาลัย พบว่า โรบินสันเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ล่วงหน้าราว 4 ชั่วโมง ก่อนเคิร์กปราศรัย และก่อนหน้านั้น โรบินสันบอกกับสมาชิกในครอบครัว ว่าเคิร์ก “เป็นชายที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และเผยแพร่แต่ความเกลียดชัง”


จนถึงตอนนี้ พนักงานสอบสวนเชื่อมั่นว่า โรบินสันลงมือเพียงลำพัง และจะมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อไป


สำหรับข่าวเกี่ยวกับการจับกุมโรบินสัน ได้รับการเปิดเผยครั้งแรกโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้กล่าวว่า บุคคลที่ถูกจับกุมเป็นใคร ซึ่งต่อมาทรัมป์กล่าวว่า ต้องการให้คนร้ายได้รับโทษประหารชีวิต


นอกจากนั้น ทรัมป์ประกาศการมอบเหรียญอิสรภาพของประธานาธิบดี ซึ่งเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของประเทศ ให้แก่เคิร์ก โดยพิธีมอบเหรียญจะจัดขึ้นในภายหลัง


อนึ่ง เคิร์กถือเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมการเมืองฝ่ายขวารุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐ โดยมีบทบาทสำคัญกับการร่วมสร้างฐานเสียงฝ่ายขวาในหมู่กลุ่มคนหนุ่มสาว เพื่อสร้างความนิยมให้กับทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว


เหตุการณ์ลอบสังหารเคิร์ก คือกรณีล่าสุดของการใช้ความรุนแรงทางการเมืองในสหรัฐ ตามข้อมูลของศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ (ซีเอสไอเอ) มีการโจมตีและการข่มขู่เจ้าหน้าที่ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ผู้สมัครทางการเมือง ผู้พิพากษา และข้าราชการในสหรัฐ รวมอย่างน้อย 25 ครั้ง ระหว่างปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เพิ่มขึ้นจากเพียงสองครั้ง ในช่วง 2 ทศวรรษก่อนหน้านั้น.

เครดิตภาพ : AFP