เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงถึงกรณีที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ยื่นหนังสือลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา โดย น.ส.เจนจิรา กล่าวว่า นายเฉลิมชัยยื่นใบลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว โดยให้เหตุผลว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ จะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ นายเฉลิมชัยมอบหมายนายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประธาน สส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิบัติหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สำหรับการดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับพรรคนั้น พรรคประชาธิปัตย์จะมีการจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 60 วัน

เมื่อถามว่านอกจากปัญหาสุขภาพแล้ว นายเฉลิมชัยมีปัญหาความขัดแย้งภายในกับนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และเลขาธิการพรรค ด้วยหรือไม่ น.ส.เจนจิรา กล่าวว่า ไม่น่าใช่ เพราะทั้ง 2 คน เป็นพี่น้องกัน และเมื่อเร็วๆ นี้ ยังไปรับประทานอาหารด้วยกัน และทุกอย่างก็เป็นปกติดี ซึ่งตนอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่านายประมวลได้นัดวันประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเมื่อไหร่ เพื่อพูดคุยถึงการจัดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ น.ส.เจนจิรา กล่าวว่า นายประมวลยังไม่ได้นัดหมาย เพราะการยื่นใบลาออกของนายเฉลิมชัย เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา เกิดขึ้นกะทันหัน

ต่อข้อถามว่าการลาออกดังกล่าวถือเป็นการทำเพื่อล้างไพ่หรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายเฉลิมชัยมีปัญหาด้านสุขภาพจริงๆ ก็เกรงว่าเมื่อใกล้ถึงการเลือกตั้ง สส. จะทำหน้าที่ตรงนี้ไม่เต็มความสามารถ จึงตัดสินใจลาออกก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่ากระแสโซเชียลวิจารณ์ว่าถ้าเป็นการล้างไพ่จริงๆ เลือดเก่าอาจจะไหลกลับมาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ และเรียกคืนความศรัทธาได้ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้ไม่น่าจะมีเรื่องของเลือดเก่าหรือเลือดใหม่ พรรคประชาธิปัตย์มีคนดี มีคนที่มีความสามารถ ขณะเดียวกันถือเป็นเรื่องดีที่คนเก่าหรือคนใหม่เดินเข้าช่วยกันฟื้นฟูและนำพรรคก้าวไปข้างหน้า ถือเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว

เมื่อถามว่านายเฉลิมชัยได้พูดคุยกับใครหรือไม่ ก่อนจะลาออกจากหัวหน้าพรรค นายธนิตพล กล่าวว่า หลังจากที่มีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้น พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน มีการตกลงกันไว้ว่าให้มีการเลือกตั้งภายใน 4 เดือน พรรคประชาธิปัตย์จึงมาดูเรื่องการเตรียมการเลือกตั้งของเรา และไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องอื่น จนกระทั่งถึงเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้เห็นเอกสารใบลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคของนายเฉลิมชัย แต่ขณะนี้ก็ไม่ได้มีการคุยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อหัวเรือใหญ่ของพรรคลาออก จะสร้างแรงกระเพื่อมในพรรค และพรรคประชาธิปัตย์จะเตรียมความพร้อมได้ทันการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าหรือไม่ นายธนิตพล กล่าวว่า เตรียมการทัน เพราะพรรคประชาธิปัตย์เลือกตั้งหัวหน้าพรรคมาหลายคนแล้ว ขณะเดียวกัน พรรคได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง สส. ครั้งหน้าไว้พอสมควร

เมื่อถามว่าการลาออกกะทันหันของหัวหน้าพรรค ทำให้ตกใจหรือเสียกำลังใจหรือไม่ นายธนิตพล กล่าวว่า เราก็รู้สึกนิดหนึ่ง แต่ไม่หมดกำลังใจ เพราะทุกคนยึดพรรคเป็นหลักอยู่แล้ว คนที่จะมาบริหารงานพรรคต่อก็จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง  

เมื่อถามว่านายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช เรียกร้องให้ 3 อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือนายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มาร่วมนำพาพรรคประชาธิปัตย์ไปสู่เป้าหมายทางการเมืองได้ นายธนิตพล กล่าวว่า นายเทพไทไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ จึงถือเป็นการวิเคราะห์ของคนนอก

ผู้สื่อข่าวถามว่าคนที่ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว สามารถกลับเข้ามาและลงสมัครหัวหน้าพรรคได้หรือไม่ นายธนิตพล กล่าวว่า คนที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว ถ้าจะกลับเข้ามา ก็ต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน หลังจากนั้นเมื่อเป็นสมาชิกพรรคแล้ว จะมีสิทธิทุกอย่าง ส่วนผู้ที่จะลงสมัครเป็นกรรมการบริหารพรรค มีเงื่อนไขที่ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องเป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกัน

เมื่อถามว่าเงื่อนไขตามข้อบังคับพรรคที่กำหนดว่าจะต้องเป็นสมาชิกพรรคติดต่อกัน 2 ปี สามารถขอให้ที่ประชุมใหญ่ยกเว้นได้หรือไม่ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ เหมือนกรณีที่นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และ น.ส.วทันยา บุนนาค ลงสมัครในการเลือกตั้งกรรมการบริหาพรรค ซึ่งหากที่ประชุมใหญ่ของพรรคให้ยกเว้นข้อบังคับพรรคตรงนี้ ก็สามารถทำได้

เมื่อถามอีกว่ากรณีที่ข่าวการพูดถึงชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะกลับมาพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีหรือไม่ นายธนิตพล กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ของพรรค เพราะสุดท้ายแล้วเราก็รอให้มีการประชุมใหญ่ที่ต้องจัดภายใน 60 วัน หลังจากนั้น หากมีใครเสนอชื่อบุคคลมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก็ต้องมีผู้รับรองในที่ประชุมเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง จึงเป็นเรื่องของที่ประชุม ทั้งนี้ กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะเร็วๆ นี้

“ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์แม้มีการเปลี่ยนแปลง ก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาในอดีต จึงอยากให้กำลังใจสมาชิกทุกคน ว่าพวกเราที่ยังอยู่ในพรรค รวมถึงในอนาคตที่จะมีใครเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ร่วมกันยึดในอุดมการณ์เดิม และจะเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป ไม่ต้องกังวล” นายธนิตพล กล่าว

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะมี สส. ไหลออกในช่วงใกล้เลือกตั้งใหญ่ นายธนิตพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่กังวลทุกสมัย ถูกพรรคก็คล้ายๆกัน เมื่อการเลือกตั้ง ก็จะมี สส. ไหลออกบ้าง และมีคนเข้ามาสมัครใหม่บ้าง เป็นประสบการณ์มากกว่า 70 ปีแล้ว

ต่อข้อถามว่าการเตรียมตัวในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์มีความคืบหน้าหรือจะส่งให้ใครหรือไม่ นายธนิตพล กล่าวว่า ต้องให้รองหัวหน้าพรรค ภาค กทม. เป็นผู้ดำเนินการเตรียมความพร้อมสามารถที่จะส่งได้