เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก นำคณะผู้บังคับบัญชาของ ทบ. เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ให้การต้อนรับ โดย ผบ.ทบ. ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในภาพรวมและการปฏิบัติที่สำคัญของหน่วยขึ้นตรงกองกำลังสุรนารี ได้แก่ หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) ที่ 1 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และ ฉก.ที่ 2 อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ก่อนพบปะผู้บังคับหน่วยระดับกองพันที่ปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่

โดย ผบ.ทบ. กล่าวว่า วันนี้คณะผู้บังคับบัญชาของ ทบ. มีความตั้งใจที่จะนำความห่วงใยมามอบให้กับกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามอยู่ในขณะนี้ ซึ่งด้วยสถานการณ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กำลังพลทุกนายสามารถเผชิญต่อสถานการณ์ด้วยความกล้าหาญ เข้มแข็ง เสียสละและอดทนได้เป็นอย่างดี ขอให้ผู้บังคับหน่วยดำรงความพร้อมของทรัพยากรที่มีอยู่ ให้สามารถรับมือต่อสถานการณ์อยู่เสมอ ภายใต้ความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ รวมทั้งต้องติดตามข้อมูลข่าวสารและผลการหารือในเวทีระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อนำมาขับเคลื่อนงานตามนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากรายงานของหน่วยในพื้นที่ที่ยังคงพบการปฏิบัติการทางทหารหรือการกระทำของฝ่ายตรงข้ามที่ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง หรือส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น การตรวจพบทุ่นระเบิด และการบินลาดตระเวนของอากาศยานไร้คนขับ ขอให้หน่วยรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อประกอบหลักฐานให้กับกระทรวงการต่างประเทศ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำไปขยายผลหรือเรียกร้องในกลไกระดับต่าง ๆ ในโอกาสต่อไป

ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนาม ผบ.ทบ. ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยกำกับดูแลและใส่ใจกำลังพลในทุกระดับ พร้อมพิจารณาเรื่องการบริหารจัดการกำลังพล ให้มีการผลัดเปลี่ยนกำลังอย่างเหมาะสม เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้ได้กลับไปพบปะครอบครัวและคลายความกังวลใจระหว่างกัน รวมทั้งให้ความสำคัญในมาตรการพิทักษ์กำลังรบ ผ่านการประเมินสุขภาพของกำลังพลในทุกมิติ
ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะทหารกองประจำการ ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งถือเป็นภารกิจภายใต้สภาวะแวดล้อมที่มีความกดดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลรักษาสภาพจิตใจ และป้องกันผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งหากพบความเสี่ยง ขอให้หน่วยได้ประสานไปยังหน่วยสายแพทย์ในพื้นที่ เพื่อร่วมประเมินและนำเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว



