เมื่อวันที่ 13 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อย่างพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เริ่มมีมวลน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบ้างแล้วบ้างส่วน ซึ่งทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานทหารได้เร่งกรอกกระสอบทรายเพื่อนำไปเสริมคันกั้นน้ำเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้น้ำล้นและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนในวงกว้าง

ซึ่งปัจจุบัน สถานการณ์น้ำ ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา  อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.22 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.68 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ที่ 1.66 เมตร และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำลงสู่ทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ ทางกรมชลประทานยังได้มีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของลำน้ำ ในอัตรารวมกันอยู่ที่ 347 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

ส่วนที่ ต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ปัจจุบัน มวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตรบ้างแล้วเป็นบางส่วน โดยทางเทศบาลตำบลธรรมามูล รวมไปถึงผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ทหาร จากกองพันบริการ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี ได้เร่งช่วยกันกรอกกระสอบทราย เพื่อนำไปเสริมคันดินกั้นน้ำไม่ให้น้ำนั้นเอ่อเข้าท่วมชุมชนที่อยู่อาศัยของประชาชน

ทางด้าน นางศรีเมือง  หงส์สุวรรณ์ ชาวบ้านในพื้นที่ ม.4 ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท ผู้ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า ในปีนี้พอทราบว่ามีปริมาณฝนตกหนักทางด้านตอนบนของลุ่มน้ำ ก็ได้ทำการเก็บสิ่งของต่างๆขึ้นสูงที่สูงเอาไว้แล้วเพื่อเตรียมความพร้อม ปัจจุบันมวลน้ำดังกล่าวได้เอ่อเข้าท่วมบ้านแล้วและได้รับความเดือดร้อนไม่มาก เพราะน้ำยังท่วมไม่สูง สำหรับในปีนี้รู้สึกไม่ค่อยกังวลใจมากเท่าไรในเรื่องของน้ำท่วม เพราะประสบอยู่ทุกปี และได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่สิ่งที่กังวลใจคือเรื่องของปริมาณน้ำจะมีมามากเท่าไร แต่ก็คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้

ขณะที่นายเพทาย  คล้ายสมาน  นายกเทศมนตรีตำบลธรรมามูล  เปิดเผยว่า สำหรับปัจจุบันในพื้นที่ ต.ธรรมามูล ได้มีมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตรบ้างแล้วในบางส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ ม.4 ต.ธรรมามูล ซึ่งทางเทศบาลตำบลธรรมามูล รวมไปถึงผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ทหาร จากกองพันบริการ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จ.ลพบุรี มาช่วยกันกรอกกระสอบทรายเสริมคันดินกั้นน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำเอ่อท่วมขยายวงกว้างไปยังหมู่อื่น ซึ่งขณะนี้ ในพื้นที่ ม.4 ต.ธรรมามูล มีบ้านเรือนของประชาชนถูกน้ำท่วมแล้ว 15 หลังคาเรือน ซึ่งหากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นและข้ามแนวคันดินกั้นน้ำได้ประชาชน กว่า 90 หลังคาเรือนก็จะประสบปัญหาน้ำท่วมได้ ซึ่งทางเทศบาลตำบลธรรมามูล และผู้นำชุมชนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ด้าน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท หรือ กอปภ.ชัยนาท ได้มีการสรุปรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.ชัยนาท หลังจากน้ำในแม่เจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีพื้นที่ประสบภัยแล้ว 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองชัยนาท อ.สรรพยา อ.มโนรมย์ และ อ.วัดสิงห์ รวมทั้งสิ้น 14 ตำบล 31 หมู่บ้าน 187 ครัวเรือน ซึ่งทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาทได้ประสานงานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้นแล้ว