สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่า เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกับปฏิบัติการบุกค้นโรงงานแบตเตอรี่ฮุนไดของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ วีกล่าวว่า แรงงานชาวเกาหลีในสหรัฐ ก็ต่างมีคำถามและข้อกังวลว่า การเดินทางมาทำงานด้วยวีซ่าบี-1 จะปลอดภัยหรือไม่ โดยเขาอ้างถึงวีซ่าธุรกิจระยะสั้นของสหรัฐ
เขาย้ำว่า บทบาทของรัฐบาลโดยเร่งด่วนที่สุด คือการปรึกษาหารือกับสหรัฐ และกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่อนุญาตหรือไม่อนุญาต พร้อมเสริมว่า การกักตัวแรงงานชาวเกาหลีที่เกิดขึ้น เป็นผลพลอยได้จากการที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ บุกค้นหา “บุคคลเป้าหมาย” 4 คน
South Korea’s president says that South Korean companies will likely hesitate to maintain or make direct investments in the United States if the U.S. fails to improve its visa system for Korean workers. https://t.co/JPi5zcghle
— ABC News (@ABC) September 11, 2025
วีกล่าวว่า แรงงานชาวเกาหลีที่ถูกกักตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางอาญา หรือการกระทำผิดใด ๆ ตามแบบฟอร์มตรวจคนเข้าเมือง ที่ได้กรอกเมื่อเดินทางออกจากสหรัฐ ซึ่งต้องทำให้แน่ใจว่า พวกเขาจะไม่มีปัญหาใด ๆ ในการกลับเข้าประเทศ
ในระยะยาว เกาหลีใต้จะร่วมมือกับสหรัฐเพื่อออกวีซ่าใหม่ หรือโควตาสำหรับผู้เชี่ยวชาญชาวเกาหลี อย่างไรก็ตาม แผนการเหล่านี้ยังคงมีความท้าทาย เนื่องจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “เปลี่ยนแปลงได้” เสมอ
วีระบุอีกว่า หลังจากการบุกค้น ทรัมป์ได้แนะนำให้ชาวเกาหลีในสหรัฐ ที่ต้องการเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐ ให้กระทำอย่าง “ตรงไปตรงมา” พร้อมย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในระยะแรก เป็นสิ่งที่เกาหลีใต้เสียใจและคัดค้าน อย่างไรก็ดี การเจรจากับสหรัฐในเวลาต่อมานั้นเป็นไปด้วยดี เนื่องจากพวกเขารับฟังข้อกังวล ตอบสนอง และพยายามมีส่วนร่วมในเชิงบวก.
เครดิตภาพ : AFP



