เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8 พล.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.สุกฤต มังคละสวัสดิ์ ผกก.สน.บางคอแหลม, พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8, พ.ต.อ.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น., กก.สส.บก.น.8, ฝ่ายสืบสวน สน.บางคอแหลม และ สน.ภาษีเจริญ ร่วมกันจับกุมตัว นายสุกฤช กิจทรัพย์ หรือท็อป อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 888/2568 ลงวันที่ 12 ก.ย. 68 ความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยไม่ใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน” และนายแบงค์ บุญไทย อายุ 17 ปี ตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัว ที่ จ92/2568 ลงวันที่ 12 ก.ย. 68 ความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยไม่ใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน” โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 118 ซอยเพชรเกษม 48 แยก 45 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ พร้อมตรวจยึดของกลางรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ฆฒ 5837 กรุงเทพมหานคร (คันที่ใช้ก่อเหตุ)

สืบเนื่องจาก วานนี้ (12 ก.ย.) เวลา 01.01 น. ร.ต.อ.วิศรุต บัณฑิตขจร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางคอแหลม รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 7 ถึงปากซอยสุขสวัสดิ์ 9 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บถูกอาวุธปืนยิงทั้งหมด 7 ราย มีสาหัส 1 ราย ส่งรักษาตัวอยู่ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มผู้บาดเจ็บขับขี่รถ จยย. มากัน 7 คัน ประมาณ 10 คน ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาได้ขับรถเก๋งมากันในรถ 5 คน และรถจักรยานยนต์อีก 2-3 คัน โดยทั้งสองท้าทายกันผ่านเฟซบุ๊ก กระทั่งฝั่งผู้ก่อเหตุมาเจอกลุ่มผู้บาดเจ็บบนสะพานกรุงเทพ จากนั้นได้ขับรถไล่กวดกันมา จนถึงบริเวณสุขสวัสดิ์ซอย 7 กลุ่มผู้ต้องหาได้ชักอาวุธปืนออกมาตามไล่ยิงกลุ่มผู้บาดเจ็บที่กำลังขี่ จยย. ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ รวม 7 ราย สาหัส 1 ราย ถูกนำตัวส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ ส่วนอีก 6 ราย ไม่สาหัส

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ทราบตัวบุคคล จนทราบตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายสุกฤช กิจทรัพย์ จึงให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลออกหมายจับทั้ง 2 ราย ศาลอาญาธนบุรี และศาลเยาวชนและครอบครัว ก่อนในเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน ติดตามไปจับกุมทั้ง 2 รายไว้ได้ พร้อมตรวจยึดรถยนต์ไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางคอแหลม จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหารับว่าก่อเหตุดังกล่าวจริง

ต่อมาเวลา 09.40 น. วันนี้ (13 ก.ย.) พนักงานสอบสวน สน.บางคอแหลม ควบคุมตัว นายท็อป อายุ 18 ปี มือยิง ส่งฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี

โดย นายท็อป ผู้ต้องหา กล่าวยอมรับว่า ตนเองเป็นคนยิง ซึ่งก่อนเกิดเหตุตอนนั้นกำลังขับรถวิ่งงานลูกค้า และเพื่อนโทรศัพท์บอกว่า กลุ่มคนเจ็บ ที่มีชื่อกลุ่มว่า “103 พระนคร” ท้าทายกลุ่มตนที่มีชื่อว่า “เขต 7 ฝั่งธน” ให้ออกมาเคลียร์ปัญหากัน ซึ่งตนเองก็รีบไปพร้อมกับนายแบงค์ ซึ่งเป็นคนขับ เมื่อไปถึงตนได้รู้ว่าฝั่งคนเจ็บได้ยิงพวกตนก่อน ตามที่มีคลิปเผยแพร่ในโซเชียล หลังจากนั้นตนจึงขับรถไล่ตามกลุ่มของคนเจ็บที่กำลังขี่รถไล่รุ่นน้องของตน และเป็นจังหวะเดียวกันกับรุ่นน้องของตนขี่รถหลบหนีไปได้ หลังจากนั้นตนจึงขับรถไล่กลุ่มคนเจ็บ ซึ่งไปทันกันที่ตลาดอินดี้ดาวคะนอง จึงยิงออกไปจำนวนหลายนัด จนมีคนเจ็บดังกล่าว ซึ่งตนก็ยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่าเป็นคนลงมือจริง ส่วนหลังจากนี้ก็เป็นห่วงกลุ่มรุ่นน้องว่าจะโดนตามเอาคืน

นายท็อป เล่าอีกว่า อดีตที่ผ่านมากลุ่ม “103 พระนคร” และ “เขต 7 ฝั่งธน” มีปัญหาบาดหมางกันมาก่อน เพราะคู่อริเคยยิงคนในกลุ่มของตนเองเจ็บมาก่อน จึงทำให้เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งของเรื่องนี้

ขณะที่ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มเพื่อนผู้ก่อเหตุ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ทั้ง 2 กลุ่มเคยมีปากเสียงกันมานานทางโซเชียล กระทั่งก่อนเกิดเหตุ กลุ่มผู้บาดเจ็บโทรฯ มาท้าทางโซเชียล และขู่ด้วยว่า จะเอาปืนยาวไปด้วย เพื่อจะขู่ให้ฝั่งพวกตนกลัว จึงทำให้รู้สึกว่ายอมไม่ได้ จึงรับคำท้า ยกพวกไปกันโดยขี่มอเตอร์ไซค์และรถเก๋งคันก่อเหตุ เมื่อไปถึงบริเวณสุขสวัสดิ์ซอย 7 ก็ถูกกลุ่มผู้บาดเจ็บยิงใส่ก่อน ทำให้รถเก๋งฝั่งตนขับไล่กลุ่มผู้บาดเจ็บ ที่มีนายแบงค์ เป็นคนขับ และนายท็อป เป็นคนยิง ทำให้กลุ่มผู้บาดเจ็บต่างหนีตายแยกย้ายกันหลบหนี ส่วนตัวยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง แต่ที่ทำไปเพราะยอมไม่ได้ หลังจากนี้จะเลิก เนื่องจากตนเพิ่งอายุ 15 ปี เพราะกลัวอายุไม่ถึง 50

ด้าน นางหวาน (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี แม่ของนายแบงค์เยาวชน 17 ปี คนขับรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ คันก่อเหตุ เล่าว่า หลังจากได้พูดคุยกับลูกชายที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน. ว่า คืนเกิดเหตุตนไม่ทราบว่าลูกออกจากบ้านตอนกี่โมง เนื่องจากลูกขโมยรถออกไป จนกระทั่งรุ่งเช้าสามีโทรฯ มาเล่าให้ฟัง จึงทราบว่าลูกชายเกิดเรื่อง หลังพูดคุยกับลูกชาย ยอมรับว่าเป็นคนขับรถพาเพื่อน 4-5 คน ไปมีเรื่องกับคู่อริจริง โดยนายท็อป เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงคู่อริ ที่มารู้ภายหลังว่าเป็นเพื่อนสนิทกับแบงค์ จึงรู้สึกเสียใจ และตั้งใจว่าหากได้รับอิสรภาพจะไปบวช เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คนเจ็บ ส่วนคนถ่ายคลิป คือ นายฟ้า อายุ 14 ปี ส่วนอีก 2 คน ยังจำไม่ได้

นางหวาน ยังอยากฝากเตือนถึงเยาวชนด้วยว่า เพราะรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้ใจเย็นๆ คิดก่อนทำ อย่าใจร้อน และให้คิดว่าตอนนี้ยังอายุ 17 ยังมีโอกาส แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสสุดท้าย

ทั้งนี้ ช่วงบ่ายทางพนักงานสอบสวน จะควบคุมตัวนายแบงค์ ไปส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง (จตุจักร) เพื่อดำเนินคดีต่อไป.