สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ว่าโครงการรายงานก๊าซเรือนกระจก (จีเอชจีอาร์พี) ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2553 ครอบคลุมโรงงานมากกว่า 8,000 แห่งในสหรัฐ รวมถึงโรงไฟฟ้า ผู้จัดหาเชื้อเพลิง และโรงงานต่าง ๆ ซึ่งคิดเป็น 85-90% ของมลพิษในประเทศที่ทำให้โลกร้อน

นายลี เซลดิน ผู้บริหารสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (อีพีเอ) ของสหรัฐ ระบุว่า โครงการรายงานก๊าซเรือนกระจกเป็นเพียงระบบราชการที่ยุ่งยากซับซ้อน ที่ไม่ได้ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศแต่อย่างใด แม้โครงการนี้จะจัดตั้งขึ้นโดยผ่านรัฐบัญญัติของสภาคองเกรส แต่อีพีเอยืนยันว่า พวกเขาไม่มีพันธะทางกฎหมายที่จะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลอีกต่อไป ยกเว้นรายงานการปล่อยก๊าซมีเทน

กฎหมายว่าด้วยสภาพภูมิอากาศที่ผ่านเมื่อปี 2565 ซึ่งบัญญัติในยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำหนดค่าธรรมเนียมมีเทนสำหรับการดำเนินงานด้านน้ำมันและก๊าซ แต่ร่างกฎหมายวัน บิ๊ก บิวตีฟูล (One Big, Beautiful Bill) หรือโอบีบีบีเอ ของรัฐบาลทรัมป์ กำหนดให้จัดทำรายงานดังกล่าวตั้งแต่ปี 2577 เท่านั้น ดังนั้น อีพีเอจะต้องระงับการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในปัจจุบันไปก่อน

ด้านสหภาพนักวิทยาศาสตร์ “Union of Concerned Scientists” ตำหนิว่า รัฐบาลปัจจุบันพยายามปกปิดข้อมูล ซึ่งอาจหมายความว่า จะไม่มีการเอาผิดโรงงานต่าง ๆ เนื่องจากพวกเขาขาดข้อมูลการปล่อยมลพิษที่ตรวจสอบได้ ทำให้อาจบั่นทอนการดำเนินการในระดับท้องถิ่น ระดับรัฐ ระดับชาติ และระดับนานาชาติ.

เครดิตภาพ : AFP