จากกรณีกรมบังคับคดี เตรียมขายทอดตลาด โรงแรมดาราเทวี จ.เชียงใหม่ โดยจะมีการเปิดประมูลเริ่มต้นที่ 2,116 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้มีการขายเครื่องจักรและอุปกรณ์สำนักงานไปแล้ว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ประมูลโรงแรมดาราเทวีคึกคัก เฉพาะเครื่องจักรอุปกรณ์สำนักงานพุ่ง 140 ล้าน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. นายประสิทธิ วงศาสวัสดิ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท บริหารสินทรัพย์โกลบอลวัน จำกัด ได้เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนอง โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ได้ขอรับชำระหนี้จำนองเป็นจำนวนเงินรวมกันประมาณ 2,600 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ตามคำพิพากษาของศาลล้มละลายกลาง ขณะนี้ได้ยื่นฟ้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีรายหนึ่ง ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ภาค 5 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมทั้งร้องไปยัง ปปช.ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าพนักงานรายนี้ด้วย
สำหรับการฟ้องร้องครั้่งนี้ สืบเนื่องจากการดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินของโรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ได้มีประกาศนัดขายทอดตลาดทรัพย์สินของโรงแรมดาราเทวี ครั้งแรกในวันที่ 18 ก.พ.64 ปรากฏว่า ช่วงก่อนถึงวันนัดขายทอดตลาดครั้งแรก ได้มีการขัดขวางเกิดขึ้น โดยฝ่ายโจทก์ในคดีซึ่งเป็นผู้นำยึดทรัพย์ร่วมกับโรงแรมดาราเทวี เป็นจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ ยื่นคำร้อง ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ รวม 4 ครั้ง แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องทุกครั้งและให้ดำเนินการขายทอดตลาดต่อไป ดังนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์อีกครั้งเป็นรอบที่ 2 โดย ประกาศขายนัดแรกในวันที่ 12 พ.ย. 64

อย่างไรก็ตามเมื่อใกล้ถึงวันนัดขายทอดตลาด ปรากฏว่า โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้นำยึดได้ยื่นคำร้องต่อศาลของดการขายทอดตลาดทรัพย์ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ และศาลได้มีคำสั่งให้งดการขายทอดตลาด ทำให้บริษัทบริหารสินทรัพย์โกลบอลวัน จำกัด เจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนอง ได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลขอให้เพิกถอนคำสั่ง ศาลจึงได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งงดการขายทอดตลาด แต่ในการขายทอดตลาดวันที่ 12 พ.ย 64 ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเวลาการขายทอดตลอดกระชั้นชิด โดยการขาดทอดตลาดจะเกิดขึ้น อีกครั้งในวันที่ วันที่ 3 ธันวาคม 2564 แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกอีกครั้ง
เนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ย.64 โจทก์และโรงแรมดาราเทวีจำเลย ได้ยื่นคำร้องถึงเจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง โต้แย้งราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดี ที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์ โดยอ้างว่าราคาประเมินทรัพย์ของบริษัทเอกชนมีราคาสูงกว่า ขอให้ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์ทำการกำหนดราคาทรัพย์ใหม่ ซึ่งทาง เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีคำสั่ง เห็นควรส่งเรื่องให้คณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์พิจารณากำหนดราคาทรัพย์ใหม่ และให้ยกเลิกประกาศขายทอดตลาดทุกนัดที่จะเกิดขึ้น

ทางบริษัทบริหารสินทรัพย์โกลบอลวัน เห็นว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว มีลักษณะที่เป็นการบกพร่อง ผิดพลาดและฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 วรรคสอง ไม่มีกฎหมายให้อำนาจให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งเช่นนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาประเมินทรัพย์ ของบริษัทเอกชน ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียอมรับ เป็นเหตุให้ต้องกำหนดราคาใหม่นั้นก็เป็นฉบับเดียวกันกับที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเคยยกคำร้อง ไม่รับพิจารณาขอเลื่อนการขายทอดตลาดมาแล้ว โดยเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ฝ่ายเจ้าหนี้จำนวนมากได้รับความเสียหาย คณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์ มีกรรมการประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเมื่อมีการประเมินราคาแล้วถือเป็นที่สุด หากเวลาล่วงเลยมาก็ไม่ทำให้ราคาประเมินเพิ่มสูงขึ้นอีกได้

นอกจากนี้ กรมบังคับคดีได้มีระเบียบตรงกับบทบัญญัติมาตรา 331 วรรคสาม และคำวินิจฉัยของศาลฎีกาอยู่แล้วว่า ราคาที่คณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์กำหนดนั้นเป็นเพียงราคาที่ใช้ประกอบในการกำหนดราคาเบื้องต้นในการขายทรัพย์เท่านั้น อาจไม่ตรงกับราคาที่แท้จริงขึ้นอยู่กับราคาท้องตลาดขณะขายทรัพย์ หากผู้เกี่ยวข้องเห็นว่าราคาดังกล่าวต่ำไปก็ชอบที่จะเข้าสู้ราคาเองหรือหาบุคคลอื่นเข้าสู้ราคา เพื่อให้ได้ราคาตามที่ตนเองต้องการได้
ทั้งนี้ พฤติกรรม การยื่นงดขายทอดตลาดโรงแรมฯ เหมือนกับเป็นการถ่วงเวลา ส่งผลให้โรงแรมดาราเทวีที่ปิดกิจการมากว่าปี และไม่มีใบอนุญาติให้ประกอบกิจการโรงแรม ใบอนุญาติขาดอายุไปตั้งแต่ วันที่ 8 ก.ค.63 ต้องตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมเพิ่มขึ้น เพราะไม่ได้รับการดูแล อีกทั้งยังทำให้กลุ่มเจ้าหนี้และอดีตพนักงานโรงแรมฯ ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ถ้าต้องรอให้มีประกาศขายทอดตลาดออกมาใหม่ หรือหากกำหนดราคาใหม่ออกมาได้ ก็จะนำไปสู่ปัญหาการคัดค้านราคา มีการนำคดีขึ้นสู่ศาล วนกันไปอีกไม่จบสิ้น.



