สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่า ท่าทีของเลอคอร์นู มีขึ้นหนึ่งวันหลังบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ “ฟิตช์ เรตติงส์” ปรับลดเครดิตของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นมาตรวัดความสามารถในการชำระหนี้ จากเอเอลบ (AA-) ลงมาอยู่ที่เอบวก (A+)

นอกจากนี้ ฟิตช์ เรตติงส์ ยังเตือนว่า หนี้สินของฝรั่งเศสจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2570 หากไม่มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน ส่งผลให้บรรดาผู้นำทางการเมืองฝ่ายขวาจัดและฝ่ายซ้ายจัด กล่าวโทษประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และเรียกร้องให้เขาหยุดพักจากการเมือง

ด้านเลอคอร์นู ซึ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ประกาศในการให้สัมภาษณ์กับสื่อระดับภูมิภาคว่า เขาจะยกเลิกนโยบายหนึ่งที่มีการถกเถียงกันมากที่สุดของนายฟรองซัวส์ เบย์รู นายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้า

“ผมตัดสินใจที่จะยุติแผนการยกเลิกวันหยุดราชการ 2 วัน” เลอคอร์นู กล่าวเพิ่มเติม และเรียกร้องให้มีการเจรจากับหุ้นส่วนทางสังคมอีกครั้ง เพื่อหาวิธีจัดหาเงินทุนสำหรับงบประมาณปี 2569

อนึ่ง การปรับลดเครดิตความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศส เกิดขึ้นหลังเบย์รูลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสมีมติเสียงข้างมากท่วมท้น คัดค้านญัตติไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

“ความพ่ายแพ้ของรัฐบาลฝรั่งเศสในการลงมติไว้วางใจ แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกและการแบ่งขั้วที่เพิ่มขึ้นของการเมืองภายในประเทศ” ฟิตช์ เรตติงส์ ระบุในแถลงการณ์ พร้อมกับเสริมว่า การขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศส ไม่น่าจะลดลงเหลือ 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2572.

เครดิตภาพ : AFP