สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงซานฮวน เครือรัฐเปอร์โตริโก เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่าสื่อท้องถิ่นของเปอร์โตริโกรายงานว่า เครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ของกองทัพสหรัฐ จำนวน 5 ลำ เดินทางมาจอดที่ฐานทัพอากาศ โฮเซ อปอนเต เดอ ลา ตอร์เร ในเมืองเซบาของเปอร์โตริโก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังนายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ พร้อมทหารระดับสูงหลายนาย เดินทางมายังเปอร์โตริโก


แม้กระทรวงกลาโหมสหรัฐปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ว่าการประจำการเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ที่เปอร์โตริโกกับการมาเยือนของเฮกเซธเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สั่งให้กองทัพประจำการเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 จำนวน 10 ลำที่เปอร์โตริโก “เพื่อเตรียมความพร้อม” กับภารกิจปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติดในเวเนซุเอลา

เครื่องบินขับไล่เอฟ-35 ของสหรัฐ เดินทางมายังฐานทัพอากาศ โฮเซ อปอนเต เดอ ลา ตอร์เร ในเมืองเซบา เครือรัฐเปอร์โตริโก


ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐซึ่งตึงเครียดกันอยู่แล้ว ยิ่งทวีความรุนแรง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศรางวัลนำจับ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1,586.97 ล้านบาท ) กับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา โดยให้เหตุผลว่า อีกฝ่าย “เป็นหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด”


ขณะที่เมื่อต้นเดือนนี้ กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเรือโดยสารลำหนึ่ง ซึ่งยืนยันว่า เดินทางมาจากเวเนซุเอลา ระหว่างตรวจพบในทะเลแคริบเบียน สังหารผู้ที่อยู่บนเรือทั้ง 11 ราย ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า เรือลำดังกล่าวบรรทุกยาเสพติด และผู้ที่อยู่บนเรือคือสมาชิกแก๊ง “เตรน เดอ อารากัว” ที่สหรัฐถือเป็น “องค์กรก่อการร้าย” แต่รัฐบาลการากัสยืนกรานปฏิเสธ


หลังจากนั้น ทรัมป์แสดงความไม่พอใจ ที่กองทัพเวเนซุเอลาส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ-16 จำนวน 2 ลำ บินวนเหนือเรือพิฆาตติดตั้งระบบขีปนาวุธนำวิถี “ยูเอสเอส เจสัน ดันแฮม” ที่กำลังแล่นอยู่บริเวณทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน ในสัปดาห์นี้ ว่าหากเวเนซุเอลากระทำการอันตรายแบบนี้เอง เรือรบของสหรัฐจะยิงเครื่องบินของอีกฝ่ายให้ตก ทำให้มาดูโรออกมาเรียกร้องการเจรจา แต่ยืนยันพร้อมปกป้องอธิปไตยของเวเนซุเอลาเช่นกัน.

เครดิตภาพ : AFP