เมื่อวันที่ 17 มิ.บ. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข9 กล่าวถึงแนวคิดการพัฒนากรุงเทพฯ ด้วยการแบ่งเมืองออกเป็น “425 บล็อก” เพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาเมืองแบบรายพื้นที่ โดยมองว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีโครงสร้างแบบ Mega Block คือมีถนนใหญ่ล้อมพื้นที่ขนาดใหญ่ และภายในเต็มไปด้วยถนนย่อย ชุมชน และปัญหาเส้นเลือดฝอยที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ว่า แนวคิดดังกล่าวเริ่มจากการทำงานร่วมกันของอดีตรองผู้ว่าฯ วิศณุ ทรัพย์สมพล และสำนักผังเมือง เพื่อมอง กทม. เป็นเมือง Mega Block คือจะมีถนนใหญ่ล้อมเมือง หากมองในระดับละเอียดขึ้น จะไม่ใช่การแก้ปัญหาเป็นจุดๆ หรือเป็นถนนเส้นเดียว แต่ดูทั้งบล็อกว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ตั้งแต่น้ำท่วม การเดินทาง รถเมล์ รถสองแถว ถนนทรุด ทางเท้า สายสื่อสาร ไปจนถึงพื้นที่สีเขียวและบริการใกล้บ้าน ซึ่งจะสามารถแก้ปัญหาได้ครบวงจรมากขึ้น
นาย ชัชชาติ ระบุต่อไปว่า เบื้องต้น กทม. จะวิเคราะห์พื้นที่ประมาณ 425 บล็อก จากพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด โดยแต่ละบล็อกมีขนาดเฉลี่ยประมาณ 1.5 ตร.กม. เพื่อทำความเข้าใจปัญหาเฉพาะของแต่ละพื้นที่ และหากนำแต่ละบล็อกมาต่อกัน จะทำให้เห็นภาพรวมของกรุงเทพฯ ที่ชัดเจนขึ้น
นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า การแบ่งเมืองเป็นบล็อกจะช่วยให้ กทม. เห็นความสัมพันธ์ของปัญหาที่เชื่อมกัน ซึ่งแนวคิดนี้จะช่วยการวางแผนรับมือน้ำท่วมได้ดีขึ้น เพราะสามารถจำลองสถานการณ์ฝนตกหนักในแต่ละบล็อก วิเคราะห์ว่าบล็อกใดท่วม น้ำจะระบายไปทางใด และต้องปรับปรุงจุดใดเพื่อให้ระบบระบายน้ำทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น
“เราจะดูว่าทำ Simulation น้ำท่วม ฝนตก 300 มิลลิเมตร แล้วบล็อกไหนท่วม จะระบายไปอย่างไร มันก็จะเห็นจิ๊กซอว์ที่ชัดเจนมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มว่า เป้าหมายของแนวคิด 425 บล็อก ไม่ใช่ทำให้พื้นที่สวยหรือดีขึ้นเฉพาะย่านใจกลางเมือง แต่ต้องการให้ทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทั่วถึง โดยเชื่อมโยงกับนโยบายสวน 15 นาที ถนนสวยประจำเขต ทางเดินเท้า และการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ โดยหากแต่ละบล็อกแข็งแรงขึ้น เมืองก็จะกระจายตัวมากขึ้น ช่วยลดการกระจุกตัวของคนและกิจกรรมไว้เฉพาะพื้นที่ศูนย์กลาง
“มันจะช่วยแก้ปัญหาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด เพราะเมืองมันจะกระจายตัวออกไปตามบล็อกต่าง ๆ มากขึ้น แทนที่ทุกคนต้องกระจุก เช้าขึ้นมาก็วิ่งมาสีลม เย็นก็กลับไปวงแหวน ก็จะมีเมืองย่อย ทำให้บ้านใกล้งาน งานใกล้บ้าน มีโรงพยาบาล มีศูนย์การค้า มีโรงเรียนที่อยู่ใกล้ชุมชน”

แนวคิด 425 บล็อกยังเชื่อมโยงกับการพัฒนา “เมือง 15 นาที” (15-minute city) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายของทีมกรุงเทพฯ ทำงาน โดยใช้บล็อกเป็นกรอบในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการพื้นฐานระดับย่าน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันได้ใกล้บ้านมากขึ้น ทั้งทางเท้า ระบบระบายน้ำ การเดินทางเชื่อมต่อ พื้นที่สีเขียว ระบบสาธารณูปโภค โรงเรียน โรงพยาบาล พื้นที่ค้าขาย และพื้นที่พักผ่อน
ภายใต้แนวคิดนี้ หากมองกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่ประมาณ 1,500 ตร.กม. เป็นบล็อกย่อยๆ แต่ละบล็อกจะมีระยะเดินภายในพื้นที่ประมาณ 15 นาที หรือราว 800 เมตร ทำให้ กทม. สามารถออกแบบการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น ย่านเศรษฐกิจ ย่านท่องเที่ยว ย่านที่อยู่อาศัย หรือย่านชุมชน โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่
รวมถึงยังมีแนวทางใช้มาตรการทางผังเมืองและการควบคุมอาคารเพื่อส่งเสริมการพัฒนารายบล็อก เช่น การรวมพื้นที่สีเขียวหลายแปลงให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ในเมือง การโอนสิทธิการพัฒนาภายในพื้นที่ เช่น การโอน FAR การแบ่งปันทรัพยากรภายในบล็อก เช่น พื้นที่จอดรถ และการให้รัฐกับเอกชนร่วมกันจัดทำผังเมืองเฉพาะ เพื่อปรับการพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของคนในย่าน
เป้าหมายเบื้องต้นคือการจัดทำแผนนำร่อง 50 บล็อก ครอบคลุมทุกสำนักงานเขตภายใน 2 ปี และขยายสู่ 425 บล็อกภายใน 4 ปี เพื่อให้การพัฒนาเมืองไม่ใช่เพียงโครงการขนาดใหญ่จากส่วนกลาง แต่เป็นการแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตจากระดับย่านขึ้นมา

นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังได้ยกตัวอย่าง บทเรียนจากกรณีการทำเลนจักรยานในซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นตัวอย่างของการมองปัญหาไม่ครบทั้งบล็อก เพราะแม้พื้นที่หนึ่งอาจเหมาะกับการทำทางจักรยาน แต่ต้องพิจารณาว่าถนนเส้นนั้นเชื่อมกับบล็อกอื่นอย่างไร และมีคนจากพื้นที่อื่นใช้ผ่านมากน้อยเพียงใด

ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การวางเมืองเป็นบล็อกจะช่วยให้ กทม. ได้รับฟังความรู้สึกของคนที่อยู่ในพื้นที่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้าใจลักษณะพิเศษของแต่ละบล็อก และออกแบบการแก้ปัญหาได้ตรงกับบริบทจริงมากขึ้น.



