จากกรณีวันที่ 9 ก.ย. 68 เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไว้คุมขังตามคำพิพากษาของศาล ให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลย โดยให้จำคุก 1 ปี ต่อมาเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมราชทัณฑ์ กำหนดให้เป็นเรือนจำศูนย์ระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ได้ดำเนินการย้ายนายทักษิณ ไปควบคุมยังเรือนจำกลางคลองเปรม เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาด เพื่อแยกการปฏิบัติตามประเภทของผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม และให้กักโรคโควิด-19 เป็นระยะเวลา 5 วัน ก่อนพิจารณาจำแนกแยกแดน เพื่อเตรียมรับการเยี่ยมญาติ ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา วันที่ 15 ก.ย. 68 ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน เเขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยปรากฏว่าครอบครัวของนายทักษิณ โดยเฉพาะในส่วนของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้เดินทางมาโดยขบวนรถตู้ส่วนบุคคล ยี่ห้อ Lexus สีดำ ทะเบียน 9 กษ 195 กรุงเทพมหานคร ส่วนคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดาของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม เดินทางมาโดยรถตู้ส่วนบุคคลยี่ห้อ Mercedes-benz สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮว 36 กรุงเทพมหานคร สำหรับการแต่งกายของ น.ส.แพทองธาร ในวันนี้ สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวทับในสูทสีครีมแขนยาว กลัดกระดุมสีทอง กางเกงขายาวสีกรมท่า พร้อมถือกระเป๋าสีดำ มัดรวบผมหางม้าด้วยความเรียบร้อย ส่วน น.ส.พินทองทา หรือเอม สวมใส่เสื้อสูทแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ปล่อยผมสลวยยาว

ขณะที่ คุณหญิงพจมาน สวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าสลับม่วง สีสันสดใส และเมื่อทั้งหมดจอดรถที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ก็ได้เดินเคียงคู่กัน ก่อนยิ้มทักทายสื่อมวลชนที่มาปักหลักติดตามรายงานข่าว อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า เมื่อสวัสดีทักทาย น.ส.แพทองธาร น.ส.พินทองทา และคุณหญิงพจมาน พร้อมถามความรู้สึกของวันนี้ พบว่าทั้งหมดมีสีหน้าใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่พบความเครียด และยังยิ้มให้กับสื่อมวลชน ก่อนที่เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางคลองเปรม จะได้นำทั้งหมดเข้าบริเวณพื้นที่ด้านในเรือนจำเพื่อเตรียมเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร ตามลำดับต่อไป

ทั้งนี้ การเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณภายในเรือนจำ ครอบครัวของนายทักษิณ ได้เข้าผ่านประตูหน้าของเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นประตูสำหรับเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ และสำหรับบุคคลภายนอกที่มีกิจกรรมจะต้องประสานกับเรือนจำ อย่างเช่นกรณีนำสื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวภายในเรือนจำ เพราะโดยปกติแล้วหากเป็นการเยี่ยมญาติทั่วไป ญาติของผู้ต้องขังทุกคนจะต้องเข้าผ่านประตูเยี่ยมญาติบริเวณส่วนเยี่ยมญาติผู้ต้องขัง ซึ่งจะอยู่อาคารด้านข้าง 

นอกจากนี้ ทีมงานของ น.ส.แพทองธาร ได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่า เมื่อเยี่ยมญาติเสร็จสิ้นแล้ว ทางครอบครัวพร้อมที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ส่วนการตอบประเด็นซักถามรายละเอียดเชิงลึก จะมอบหมายให้ ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เป็นผู้ให้สัมภาษณ์แทน.