สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า มาเก๊า ซึ่งเป็นศูนย์กลางกาสิโนของจีน และมีประชากรเกือบ 700,000 คน แก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งในปี 2567 โดยให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ประชาชนมากกว่า 175,200 คน ลงคะแนนเสียงเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติ 14 คน จากทั้งหมด 33 ที่นั่ง ซึ่งตำแหน่งที่เหลือจะมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมตามภาคส่วน หรือการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
แม้เจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเก๊า กล่าวว่า ตัวเลขข้างต้นถือเป็นจำนวนผู้ใช้สิทธิสูงสุดในการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติ นับตั้งแต่มาเก๊ากลับสู่การปกครองของจีนเมื่อปี 2542 แต่จำนวนผู้ลงคะแนนเสียงในครั้งนี้ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 53% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนมากกว่า 328,000 คน


ด้านหัวหน้าคณะกรรมมการการเลือกตั้งของเขตบริหารพิเศษมาเก๊า กล่าวในการแถลงข่าวว่า พวกเขาไม่มีความเห็นใด ๆ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับบัตรลงคะแนนเปล่า และบัตรเสียจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ซึ่งอยู่ที่ 5,987 ใบ และ 7,077 ใบ ตามลำดับ
ขณะที่ นายแซม โฮว ฟาย หัวหน้าคณะผู้บริหารมาเก๊า กล่าวในแถลงการณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของ “ผู้รักชาติที่ปกครองมาเก๊า”
อย่างไรก็ตาม นักรัฐศาสตร์บางคนกล่าวว่า การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของ “การแสดงความไม่พอใจ”
ก่อนหน้านี้ในเดือน ก.ค. เจ้าหน้าที่รัฐบาลมาเก๊าสั่งห้ามผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง 12 คน ไม่ให้เข้าร่วมการเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่า พวกเขาไม่ยึดมั่นในรัฐธรรมนูญฉบับย่อ หรือไม่สัญญาว่าจะจงรักภักดีต่อเขตบริหารพิเศษมาเก๊า รวมถึงจับกุมอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายค้านคนหนึ่ง ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติ.
เครดิตภาพ : AFP



