เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 68 นายสะถิระ เผือกประพันธ์ สส.ชลบุรี พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหาการระงับยอดเงินในบัญชีธนาคารและการอายัดบัญชีโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนอย่างรุนแรงให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแม่ค้าออนไลน์ พ่อค้าแผงลอย ร้านค้าตลาดนัด และผู้ที่ต้องหมุนเวียนเงินทุนรายวัน และแม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะชี้แจงว่า อายัดเฉพาะบัญชีม้าที่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน และกรณีบัญชีที่มีธุรกรรมผิดปกติจะเพียงระงับยอดเงินชั่วคราว ก่อนปลดการระงับในภายหลัง แต่ในทางปฏิบัติ ยังมีผู้บริสุทธิ์ที่ทำมาหากินสุจริตตกเป็นเหยื่อของมาตรการนี้ ซึ่งเงินทุนแม้จะเป็นหลักร้อยหรือหลักพัน ก็มีความสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตและการค้าขายประจำวัน
“นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาทางเทคนิค แต่มันคือปัญหาปากท้องของประชาชน การระงับบัญชีแบบไม่แม่นยำทำให้คนหมดศรัทธาในระบบธนาคาร และบั่นทอนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่า หลายคนหันมารับเฉพาะเงินสด หรือถอนเงินออกจากระบบธนาคารเพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลให้ระบบการชำระเงินดิจิทัลสะดุด และกระทบต่อเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในภาพรวม” นายสะถิระ กล่าว
นายสะถิระ กล่าวต่อว่า ตนขอเรียกร้องให้ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย เร่งปรับปรุงกระบวนการระงับยอดเงินและการอายัดบัญชีให้มีความถูกต้อง แม่นยำ และไม่กระทบผู้บริสุทธิ์ โดยตำรวจไซเบอร์ต้องจัดการกับมิจฉาชีพตัวจริงแทนที่จะปล่อยให้ประชาชนต้องรับเคราะห์ ทั้งนี้ ตนขอเสนอให้จัดตั้งศูนย์ปลดล็อกบัญชีด่วน 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์แล้วสามารถกลับมาใช้บัญชีได้ภายในวันเดียว ไม่ใช่รอหลายวันจนเสียโอกาสทำมาหากิน
นายสะถิระ กล่าวต่อว่า จะต้องเร่งรัดปลดล็อกบัญชี ระยะเวลาการปลดล็อกที่ปัจจุบันใช้เวลาเฉลี่ย 3 วันนั้น “นานเกินไป” และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมาก จึงควรลดระยะเวลาให้สั้นลงอย่างมาก โดย ธปท. และธนาคารพาณิชย์ ควรมีมาตรการจำแนกประเภทบัญชีเงินฝากที่มีความเสี่ยงสูงว่าจะถูกใช้เป็นบัญชีม้า โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้เปิดบัญชีและพฤติกรรมธุรกรรม และจำกัดวงเงินธุรกรรมสำหรับบัญชีเสี่ยง เพื่อลดผลกระทบต่อระบบโดยรวม ควรกำหนดเพดานจำนวนเงินต่อธุรกรรมหรือต่อวันสำหรับบัญชีที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
นายสถิระ กล่าวว่า นอกจากนี้ ควรปรับวิธีระงับบัญชีเปลี่ยนจากการระงับทั้งบัญชีเป็นการระงับเฉพาะยอดเงินที่โอนเข้า เช่น หากมีการโอน 100 บาทผิดปกติ ให้ระงับเพียง 100 บาท ไม่ใช่ปิดกั้นทั้งบัญชี และพัฒนาระบบ KYT: Know Your Transaction ใช้ AI และ Big Data ตรวจสอบธุรกรรมให้แม่นยำ ลดความผิดพลาดจากการอายัดผิดบัญชี ทั้งนี้ต้องมีการจัดตั้ง One-Stop Service ให้ประชาชนยื่นคำร้องอุทธรณ์และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ในที่เดียว และได้รับการตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งกฎหมายคุ้มครองสิทธิประชาชน กำหนดให้ธนาคารต้องรับผิดชอบความเสียหาย หากตรวจสอบและอายัดผิดพลาด พร้อมทั้งสื่อสารเชิงรุกให้ประชาชนรู้เท่าทันขั้นตอนและสิทธิของตน
“ผมมองว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในระบบธนาคาร ปกป้องประชาชนที่สุจริตและรักษากระแสเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศ” นายสะถิระ กล่าว.



