เมื่อวันที่ 15 ก.ย.รายการโหนกระแสวันนี้ พูดคุยกรณีปัญหาใหญ่ที่สุด ณ เวลานี้ เรื่องของการ “อายัดบัญชี” หลังมีผู้เสียหายหลายคนที่ถูกอายัดบัญชีธนาคาร เพียงเพราะเคยมีเส้นเงิน ธุรกรรม ไปเกี่ยวพันกับบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัว หลายคนเสียเวลา ต้องเดินทางข้ามจังหวัด ไปจัดการเรื่องราวคดีความที่ตนเองไม่รู้เรื่องด้วย หลายคนยังไม่ได้บัญชีคืน หลังจากมีเรื่องนี้

ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรร มออนไลน์ (AOC) โฟนอินเข้ามาชี้แจงว่า มาตรการเหล่านี้ เราไม่ได้เพิ่งทำ แต่เราทำกันต่อเนื่องมานานแล้วกว่า 2 ปี เพื่อติดตามเส้นเงิน ติดตามเงินในบัญชีต้องสงสัย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการถูกมิจฉาชีพหลอก แต่ด้วยความที่เราติดตามเส้นเงินลงไปลึกๆ ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะไปโดนบัญชีผู้บริสุทธิ์บ้าง 

แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตาม ที่เจ้าของบัญชีที่คลีน บริสุทธิ์ สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้หมด ก็จะสามารถปลดอายัดได้ ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ก็ต้องยอมรับว่า ตอนนี้การเอาจริงเอาจังในการติดตามเส้นเงินของมิจฉาชีพ ป้องกันความเสียหายจากมิจฉาชีพ อาจจะมีบ้างที่มีประชาชนได้รับผลกระทบ อาจจะต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ว่ามาตรการเหล่านี้ เป็นไปเพื่อการป้องกันความเสียหายจริงๆ เพราะตั้งแต่ทาง AOC ร่วมกันทำงานมาตลอด 2 ปี เราสามารถอายัดเงินต้องสงสัยได้กว่า 4 หมื่นล้าน แล้ว

ถามว่าทำไมบางคนถูกอายัด “ทุกบัญชี” ไม่ใช่แค่บัญชีที่รับโอนจากบัญชีม้า ก็ต้องบอกว่า การถูกอายัดบัญชี แปลว่าต้องมีหมายจากตำรวจมาแล้ว ถึงได้ดำเนินการอายัด เพราะในส่วนของ AOC เรามีหน้าที่แค่ ส่งให้ธนาคาร อายัดการทำธุรกรรม อายัดบัญชีต้องสงสัยไว้ได้แค่ 7 วัน หลังจากนั้นจะต้องใช้อำนาจ ป.วิ อาญา ในการดำเนินการ ซึ่งทางเราไม่ได้มีหน้าที่ในส่วนนี้ เป็นตำรวจที่จะทำได้ ต้องไปถามทางตำรวจ

ท้ายรายการ ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์ ได้สรุปประเด็นหลังฟังคำชี้แจงจาก ดร.เอกพงษ์ ว่า “วันนี้ที่เรามานั่งคุยกัน ยังไม่มีคำตอบอะไรให้พี่น้องประชาชนได้เลย” โดยเฉพาะในเรื่องของการเยียวยาผู้ที่พิสูจน์แล้วว่าบริสุทธิ์ ซึ่งต้องเสียเงิน เสียเวลา และเสียโอกาสในชีวิต จึงเป็นคำถามที่ต้องถามว่า รัฐ, ธนาคาร หรือใครจะรับผิดชอบเรื่องนี้?

ทนายพัฒน์ยังตั้งข้อสังเกตที่น่ากังวลว่า ในขณะที่ผู้เสียหายกำลังโต้เถียงกับหน่วยงานรัฐอยู่นั้น มิจฉาชีพตัวจริงอาจกำลังนั่งหัวเราะ และในอนาคตอาจมีมิจฉาชีพบางรายออกโปรโมชัน “รับจ้างปลดอายัดบัญชี” เพื่อหลอกซ้ำเติมผู้ที่เดือดร้อนอยู่แล้วก็เป็นได้ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่ง