เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ทองใหม่ ขวัญหมื่น หรือ “ทนายอุ้ม” ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก “สีกาพลอย” (นามสมมุติ) หญิงไทยที่พำนักอยู่ในประเทศเยอรมนี และเป็นคู่กรณีกับพระวัดดัง จ.ปทุมธานี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อมอบเอกสารต้นฉบับพยานหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติม

น.ส.ทองใหม่ เปิดเผยว่า การร้องทุกข์กล่าวโทษครั้งนี้ ไม่ใช่ประเด็นส่วนตัว แต่เป็นเรื่องที่ต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะว่า เงินบริจาคของวัดถูกโอนไปที่ใด ใช้อย่างไร และเหตุใดลูกความของตนจึงตกเป็นผู้เสียหายในคดี โดยยืนยันว่าหลักฐานการโอนเงินที่นำมามอบให้ตำรวจครั้งนี้ เป็นเอกสารจริงทั้งหมด

สำหรับเส้นทางการเงินตามที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการโอนเงินจากประเทศไทย เข้าบัญชีของสีกาพลอยในช่วงปี 2561 รวม 4 ครั้ง เป็นเงินกว่า 12 ล้านบาท ก่อนที่สีกาจะโอนต่อไปยังสมาคมที่จดทะเบียนในประเทศเยอรมนี โดยเข้าใจว่าทำเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและชำระภาษีอย่างถูกต้อง แต่ต่อมากลับพบว่าเงินส่วนหนึ่งถูกโอนเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของพระสงฆ์รูปดังกล่าว

น.ส.ทองใหม่ ระบุว่า สีกาพลอยยอมรับว่าเสียความรู้สึกอย่างมาก เพราะแต่แรกเชื่อว่าเป็นการช่วยเหลือกิจกรรมทางศาสนา แต่ภายหลังกลับกลายเป็นเพียง “ทางผ่าน” ของเงินบริจาค โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้มาก่อน จึงตัดสินใจร้องเรียนและแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ป. เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง ได้ออกมาเปิดประเด็นว่า พระนักเทศน์ชื่อดังจากวัดใน จ.ปทุมธานี มีการโอนเงินให้หญิงไทยในเยอรมนีกว่า 12 ล้านบาท ก่อนจะเรียกคืนมากกว่า 13 ล้านบาท และนำไปสู่การฟ้องร้องคดีแพ่งกันที่เยอรมนี ขณะเดียวกันหญิงไทยรายนี้ ก็ได้เข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานในไทยหลายครั้ง รวมถึงสำนักงาน ปปง. และ ป.ป.ช.

ด้านพนักงานสอบสวน บก.ป. ยืนยันว่าจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด โดยพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน หรือความผิดอื่นใดหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะเดียวกันยังรอการให้ปากคำเพิ่มเติมจาก “สีกาพลอย” ซึ่งอาจดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ เนื่องจากยังพำนักอยู่ในต่างประเทศ