เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากกรณีที่มีอินฟลูเอนเซอร์ทำเนื้อหา โดยนำผงที่อ้างว่าเป็นยาแนวมาผสมน้ำป้ายหน้าผู้อื่นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวหากเป็นจริงไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชน ว่า ขอเตือนไปยังกลุ่มยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาบนโลกออนไลน์ รวมถึงประชาชนทั่วไป เพื่อยับยั้งพฤติกรรมเลียนแบบและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

1.งดเว้นพฤติกรรมทำคอนเทนต์แกล้งคนให้ได้รับความเดือดร้อน – การกระทำที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ คุกคาม หรือทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอายในที่สาธารณะ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และหากมีการใช้วัสดุหรือสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ จะมีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ตามมาตรา 295 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พิเรนทร์ไม่คิด! ‘เบิร์ด วันว่างว่าง’ ใช้ยาแนวแทนแป้ง เล่นสงกรานต์พระประแดง

2.หลีกเลี่ยงการนำเข้าข้อมูลเท็จเพื่อสร้างกระแสหรือยอดวิว – การโพสต์คลิปวิดีโอหรือข้อความอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 14 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3.งดส่งต่อหรือสนับสนุนช่องที่ผลิตคอนเทนต์ขยะ – เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายข้อมูลที่ผิด และไม่ให้ท่านตกเป็นเครื่องมือในการเพิ่มยอดการเข้าชมให้กับกลุ่มคนที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม อันจะนำไปสู่การสร้างพฤติกรรมเลียนแบบที่ผิดกฎหมาย

รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบที่ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พื้นที่เล่นสงกรานต์ของอินฟลูฯ ดังกล่าว ยังไม่พบว่ามีการแจ้งความว่าได้รับผลกระทบหรืออันตรายจากการถูกแป้งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากประชาชนผู้ใดได้รับอันตรายหรือผลกระทบจากการถูกประแป้ง สามารถใช้สิทธิในการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้

ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด การสร้างคอนเทนต์ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ หรือได้รับความเสียหายจากการถูกกลั่นแกล้ง สามารถแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดหรือเหตุด่วนเหตุร้าย สายด่วน 191, แจ้งเบาะแสการกระทำความผิด สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง