จากอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ ขบวนรถไฟชนกับรถเมล์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก สร้างความโศกเศร้าและความกังวลใจให้กับญาติผู้สูญเสีย เกี่ยวกับการเรียกร้องสิทธิและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ได้เปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาในเรื่องนี้ว่า ทางอัยการคุ้มครองสิทธิฯ มีความห่วงใยต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้บาดเจ็บทุกราย ขณะนี้ได้สั่งการและประสานงานไปยังอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว หากญาติหรือผู้ประสบภัยรายใดที่ส่งศพผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาแล้วยังมีข้อสงสัย หรือไม่เข้าใจขั้นตอนทางกฎหมาย สามารถเดินเข้าไปปรึกษาอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิใกล้บ้านได้ทันที ยืนยันพร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นายโกศลวัฒน์ กล่าวต่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่อาจจะไม่มีความรู้ทางกฎหมาย ทันทีที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนคดีและชี้ชัดว่าฝ่ายใดกระทำโดยประมาท ผู้กระทำผิดจะต้องรับโทษทั้งทางอาญา และต้องรับผิดชอบในทางแพ่งด้วย นอกจากนี้ตามกฎหมายแล้ว “นายจ้าง” หรือองค์กรต้นสังกัด จะต้องร่วมรับผิดชอบกับลูกจ้างด้วยเช่นกัน ตอนนี้ทางสำนวนยังอยู่ที่ชั้นพนักงานสอบสวน เมื่อสำนวนมาถึงชั้นอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง ผู้เสียหายสามารถแสดงความประสงค์เข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วยก็ได้
”สำหรับครอบครัวผู้เสียหายที่ไม่เข้าใจขั้นตอน หรือไม่มีทุนทรัพย์ในการฟ้องร้องคดี ทางอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จะเข้ามาช่วยดูแลและติดตามสิทธิประโยชน์ให้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเงินประกันชีวิต เงินชดเชย หรือเงินเยียวยาต่างๆ โดยในคดีอาญาหลัก ทางอัยการจะช่วยยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 เข้าไปในสำนวนให้เลย เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องไปจ้างทนายฟ้องร้องเองให้สิ้นเปลือง” นายโกศลวัฒน์ กล่าว
ส่วนประเด็นที่ญาติคาใจว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งฟ้องเพียงแค่คนขับรถ แต่ไม่มีการดำเนินคดีกับทางองค์กรหรือบริษัทต้นสังกัดนั้น อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิฯ ชี้แจงว่า ในทางอาญาจะเป็นการเอาผิดกับตัวบุคคลที่กระทำโดยประมาทโดยตรง แต่องค์กรไม่ได้ลงมากระทำด้วย ยกเว้นมีการสอบสวนได้ว่าองค์กรไปมีส่วนผิดหรือประมาททำให้เขาเสียชีวิตหรือบาดเจ็บอย่างไรด้วย ถ้าองค์กรไม่ได้ทำ เป็นเรื่องบุคคลทำ บุคคลก็ต้องรับผิดไป
แต่อย่างไรก็ตาม ในทางแพ่ง องค์กรทั้งสองอาจจะต้องรับผิดชอบฐานละเมิด ซึ่งจุดนี้ทางอัยการจะช่วยตรวจสอบสำนวน ข้อกฎหมายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและเงินเยียวยาให้อย่างถึงที่สุด เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม



