สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ว่า ศูนย์หลอกลวงแพร่กระจายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก และรายงานฉบับนี้เน้นย้ำถึงความสามารถขององค์กรอาชญากรรมในการย้ายที่ตั้ง เนื่องจากรัฐบาลของบางประเทศในภูมิภาคเริ่มดำเนินการปราบปราม

ศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ ซึ่งมักเป็นกลุ่มอาคารที่มีกำแพงล้อมรอบในพื้นที่ห่างไกล ดำเนินการหลอกลวงผ่านคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้เหยื่อจำนวนมากสูญเสียเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และเครือข่ายยังขยายตัวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับติมอร์-เลสเต เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการบุกค้นศูนย์หลอกลวงต้องสงสัยเมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ในเขตบริหารพิเศษโอเอกูซี และควบคุมตัวชาวต่างชาติมากกว่า 30 คน ในข้อหาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมมาจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และจีน แต่รายงานของยูเอ็นโอดีซีระบุว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าพวกเขาเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์หรือไม่

ด้านนายเบเนดิกต์ ฮอฟมานน์ รองผู้แทนระดับภูมิภาคของยูเอ็นโอดีซี ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าวว่า ขนาดและลักษณะของกิจกรรม ซึ่งคล้ายคลึงกับสิ่งที่หน่วยงานสังเกตเห็นในช่วงแรกของอุตสาหกรรมการหลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์คืบหน้ามากแค่ไหน

“สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเชื่อมต่อที่ติมอร์-เลสเต จะได้รับมากขึ้น ตามส่วนหนึ่งของการเข้าเป็นสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อย่างเต็มรูปแบบ” ฮอฟมานน์ กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP