กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนในวงการพระสงฆ์ของไทยอยู่ในขณะนี้ ภายหลังจากที่มีการเปิดเผยประเด็นร้อนจาก “ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายกระดูกเหล็ก” ซึ่งได้จุดชนวนให้สังคมจับตาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ “พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล” เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี จากข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอกเงินวัด ฟอกเงิน และความสัมพันธ์กับสีกา.. เหตุการณ์ทั้งหมดมีที่มาอย่างไร และข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายนำเสนอคืออะไรบ้าง? เรามาติดตามไปพร้อมๆ กัน..

จากเงินบริจาคสู่คดีความ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2561 เมื่อพระอาจารย์คึกฤทธิ์มีเจตนาเผยแผ่คำสอน “พุทธวจน” ในประเทศเยอรมนี จึงได้รวบรวมพุทธศาสนิกชนและมอบอำนาจให้สีกาซึ่งพำนักอยู่ในเยอรมนี รวมถึงชาวต่างชาติอีกคน เป็นรองประธานก่อตั้งมูลนิธิเพื่อจัดตั้ง “สมาคมพุทธวจนเยอรมัน”
-เปิดประวัติ “พระอาจารย์คึกฤทธิ์” จากเส้นทางวิศวะมุ่งสู่ผู้เผยแผ่ “พุทธวจน”

มีการระดมเงินบริจาคจากญาติโยมในประเทศไทย และโอนเงินเข้าบัญชี “สีกาคนหนึ่ง” ถึง 4 ครั้ง รวมเป็นเงิน 12.2 ล้านบาท ซึ่งสีกาได้ดำเนินการโอนเงินต่อไปยังประเทศเยอรมนีในนามสมาคมฯ จำนวน 27 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนปี 2562 ได้เกิดข้อสงสัยขึ้น เมื่อสีกาแนะนำให้พระอาจารย์คึกฤทธิ์รวมถึงพระติดตามอีก 2 รูป เปิดบัญชีส่วนตัวในเยอรมนี โดยอ้างเหตุผลด้านการขอวีซ่าและค่าวิทยากร

จากนั้นไม่นาน สีกาก็ได้ปิดบัญชีสมาคมฯ ทันที ทำให้ธนาคารสงสัยและอัยการเยอรมนีเข้าทำการสอบสวนในข้อหา “ฟอกเงิน” และสั่งอายัดบัญชีส่วนตัวของพระอาจารย์คึกฤทธิ์ทันที แม้ว่าทางวัดนาป่าพงจะนำหลักฐานเข้าชี้แจงจนท้ายที่สุดอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องในเวลาต่อมา

ดราม่าเดือดบนโลกออนไลน์

ความขัดแย้งที่ซ่อนอยู่ได้ปะทุขึ้นอีกครั้งในวันที่ 11 สิงหาคม 2568 เมื่อมูลนิธิทนายกองทัพธรรมได้รับหนังสือร้องเรียนจากสีกาที่เคยเป็นผู้รับมอบอำนาจในเยอรมนี พร้อมหลักฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมยักยอกเงินและฟอกเงินของพระอาจารย์คึกฤทธิ์

ในวันที่ 12 กันยายน 2568 ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เริ่มโพสต์ข่าวฉาวเกี่ยวกับ “พระดังเมืองปทุม” พร้อมหลักฐานการโอนเงินและระบุถึงการฟอกเงินผ่านบัญชีในต่างประเทศ การเปิดประเด็นนี้สร้างความสนใจอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน คลิปวิดีโอและภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นพระอาจารย์คึกฤทธิ์ชอปปิงในร้านเครื่องประดับ และคลิปที่สีกาคนสนิทรีวิวของใช้ส่วนตัวของพระอาจารย์ในบ้านพักของเธอ ก็ถูกแพร่กระจายบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ทำให้ประเด็นความสัมพันธ์กับสีกาถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อกังขาอีกหนึ่งประเด็น
ชมคลิป

วัดนาป่าพงตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจง

ในวันที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 15.00 น. นายนันทน อินทนนท์ ทนายความของวัดนาป่าพง ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อครหาทั้งหมด โดยยืนยันในประเด็นต่างๆ ดังนี้..

-การโอนเงินจำนวน 12.2 ล้านบาท ไม่ใช่การโอนโดยเสน่หา แต่เป็นเงินบริจาคที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนเพื่อจัดตั้งมูลนิธิและเผยแผ่ธรรมในเยอรมนี

-การเปิดบัญชีส่วนตัวของพระอาจารย์ในเยอรมนีเป็นคำแนะนำของสีกาเพื่อความสะดวกในการขอวีซ่าและรับค่าวิทยากร

-คดีฟอกเงินในเยอรมนีได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง

-ประเด็นความขัดแย้งที่แท้จริงเกิดจาก พระอาจารย์คึกฤทธิ์ฟ้องคดีแพ่งและอาญากับสีกาในเยอรมนี หลังจากพบความผิดปกติของจำนวนเงินที่โอน จึงเป็นเหตุให้สีกาต้องออกมาฟ้องร้องในประเทศไทย

-ในประเด็นเรื่องคลิปวิดีโอ ทนายความชี้แจงว่าสีกาคนดังกล่าวเป็นบุคคลที่มีฐานะ และเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการเผยแผ่ธรรมะมานาน โดยคลิปที่เผยแพร่เป็นภาพตัดต่อที่พยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์เป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม นายนันทน ไม่ขอตอบในประเด็นที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวของพระและสีกา
-‘ทีมทนาย’ แถลงโต้ ‘สีกา’ กล่าวหา ‘เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง’ ยักยอกเงิน 12 ล้าน

ความชัดเจนที่รอพิสูจน์

ในขณะที่วัดนาป่าพงออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่น ทางด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางได้รับเรื่องร้องเรียนและอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้ง 9 คนแล้ว พร้อมทั้งเตรียมส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. พิจารณาชี้มูลความผิด

เรื่องราวดราม่าที่พัวพันระหว่าง “เงิน-สีกา-คดีความ” นี้จึงยังไม่จบลงง่ายๆ และกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งผลสรุปของคดีความในเยอรมนี รวมถึงการสืบสวนสอบสวนในประเทศไทย จะเป็นตัวบ่งชี้ข้อเท็จจริงและกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ต่อไปในอนาคต..