เมื่อวันที่ 17 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางด้านกรมชลประทาน ได้มีการแจ้งขอทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก ในอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคงอัตราดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน – น้ำท่า
ซึ่งปัจจุบัน สถานการณ์น้ำที่ สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,237 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.25 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 14.87 เมตร/รทก. ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ที่ 1.47 เมตร จึงส่งผลทำให้ที่สถานีวัดน้ำ C.3 บ้านบางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,127 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทางกรมชลประทาน ยังได้มีการผันน้ำเข้าสูงระบบชลประทาน ทั้ง2ฝั่งของลุ่มน้ำเจ้าพระยาในอัตรารวมกันอยู่ที่ 438 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ทางด้านท้ายน้ำ

ขณะที่ทางด้านพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่ชุมชนวัดมะปราง ม.5 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวบ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ทหาร จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองบิน 4 ตาคลี ได้เร่งกรอกและขนกระสอบทราย เพื่อนำไปเสริมคันดินกั้นน้ำให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำที่เอ่อขึ้นมาเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน

ทั้งนี้ ทางด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท (กอปภ.ชัยนาท) ได้มีการสรุปรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.ชัยนาท หลังจากน้ำในแม่เจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีพื้นที่ประสบภัยแล้ว 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองชัยนาท อ.สรรพยา อ.มโนรมย์ และ อ.วัดสิงห์ รวมทั้งสิ้น 16 ตำบล 46 หมู่บ้าน 8 ชุมชน 290 ครัวเรือน ซึ่งทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาทได้ประสานงานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้นแล้ว นอกจากนี้ยังได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ในพื้นที่ ต.โพนางดำออก ต.โพนางดำตก และบ้านท่าทราย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยายังคงต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น



