เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานกระแสความไม่พอใจในวงกว้างของประชาชน ต่อมาตรการอายัดบัญชีธนาคารที่อ้างว่าเพื่อตรวจสอบ “บัญชีม้า” แต่กลับส่งผลให้ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์จำนวนมากถูกอายัดเงินโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้ไม่สามารถใช้จ่ายหรือเลี้ยงชีพตามปกติได้ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าบางรายไม่รับสแกนเพราะกลัวจะถูกอายัดบัญชี จนทำให้เดือดร้อนท้้งคนซื้อและคนขาย

ผู้เสียหายหลายรายเล่าว่า เงินที่เก็บหอมรอมริบมาหายไปต่อหน้าต่อตา แต่กลับไร้คำอธิบายชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเงียบกริบ ไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ จนประชาชนต้องตั้งคำถามไปถึงนักการเมืองว่า “ใครคือคนคิดนโยบายนี้” และ “ใครจะเยียวยาความเดือดร้อนของชาวบ้าน”

ชาวบ้านบางคนถึงกับบอกว่า ทุกวันนี้ไม่ได้กลัวมิจฉาชีพ แต่กลับกลัวตำรวจและธนาคารมากกว่า เพราะมีอำนาจอายัดบัญชีได้ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ก่อน

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามเชิงสมมุติว่า หากหน่วยงานรัฐมีการ “อายัดบัญชี” ประชาชนทั่วประเทศเพียง 1,000 บัญชี โดยอ้างว่าเป็น “บัญชีม้า” จะเท่ากับว่ามีเงินจำนวนมหาศาลถูกแช่แข็งและไม่สามารถนำออกมาใช้ได้

ประเด็นดังกล่าวสร้างความกังวลใจในสังคมว่า หากเกิดขึ้นจริงจะกระทบต่อสิทธิในการถือครองทรัพย์สินของประชาชนหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส เพื่อป้องกันการอ้างเหตุผลเกินจริงจนทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหาย

ขณะเดียวกัน มีเสียงเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองออกมาเคลื่อนไหว แทนที่จะปล่อยให้ประชาชนรับกรรมอยู่ฝ่ายเดียว พร้อมจี้ให้เร่งหาทางแก้ไข และสร้างกลไกตรวจสอบที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อคืนความมั่นใจให้กับสังคมโดยด่วน