สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองสือเจียจวง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่าศูนย์การซื้อขายสินค้าเกษตรนานาชาติโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ในเมืองเกาเปยเตี้ยน มณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือของจีน เปิดงานเทศกาลผลไม้ไทยนานาชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด และมะพร้าวน้ำหอม เพื่อช่วยให้ผลไม้สดจากไทยเข้าถึงตลาดทางตอนเหนือของจีน รวมถึงส่งเสริมการค้าและมิตรภาพระหว่างไทยกับจีน
มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนแวะเวียนเลือกชิมเลือกซื้อที่เทศกาลผลไม้ไทยครั้งนี้ ซึ่งร่วมจัดโดยสำนักการเกษตรของสถาน
เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน และบริษัทโส่วเหิง กรุ๊ป และได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตไทย และสำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในกรุงปักกิ่ง

มูลค่าการซื้อขายผลไม้ไทยที่ตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน พุ่งสูงเกิน 100 ล้านหยวน ( ราว 481 ล้านบาท ) ในวันเปิดงานเทศกาลผลไม้ไทยครั้งนี้ที่จัดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ถึงวันที่ 22 มิ.ย. นี้ ขณะที่ผู้จัดงานเดินหน้าความร่วมมือกับผู้ค้าเพื่อมอบส่วนลดการซื้อมูลค่าหลายล้านหยวน ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคชาวจีนเข้าถึงผลไม้เขตร้อนจากไทยในราคาที่คุ้มค่า

นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน กล่าวว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-จีน และการค้าขายผลไม้ช่วยให้ความร่วมมือดังกล่าวแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งงานนี้จะช่วยเพิ่มชื่อเสียงของผลไม้ไทยและขยายโอกาสทางการค้า ทำให้เกษตรกร ภาคธุรกิจ และคนทั่วไปจากทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์ร่วมกัน
นายปรัตถกร แท่นมณี อัครราชทูตที่ปรึกษา ( ฝ่ายเกษตร ) ของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน กล่าวว่า จีนเป็นตลาดนำเข้าผลไม้ไทยแห่งสำคัญที่สุด มีการนำเข้าผลไม้ไทยในปี 2568 สูงกว่า 43,200 ล้านหยวน ( ราว 208,000 ล้านบาท ) หรือมากกว่า 30% ของการนำเข้าผลไม้ทั้งหมด และปัจจุบันมีผลไม้ไทยที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกสู่จีน 22 ชนิด ซึ่งมากที่สุดในโลก

ทั้งนี้ ความสดใหม่ถือเป็นจุดแข็งของผลไม้ไทย เนื่องจากพิธีการศุลกากรและระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพช่วยให้เกิดการขนส่งที่รวดเร็วแบบ “จากต้นสู่ตลาดภายใน 48 ชั่วโมง” โดยผลไม้ไทยที่ขนส่งถึงเมืองเกาเปยเตี้ยนจะกระจายสู่หลายพื้นที่ของภูมิภาคปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย์ ภายใน 4 ชั่วโมง
ตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ถือเป็นศูนย์กระจายสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของจีน มีห้องเย็นขนาดใหญ่รวม 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมแพลตฟอร์มห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล ทำให้เป็นช่องทางหลักของผลไม้ไทยในการเข้าสู่ตลาดจีนตอนเหนือ ทั้งยังลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับสมาคมทุเรียนไทยตั้งแต่ปี 2566 อีกด้วย

นอกจากนี้ สำนักการเกษตรของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน และบริษัทโส่วเหิง กรุ๊ป ยังลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์และเปิดตัว “ศูนย์บริการสำนักการเกษตรแห่งราชอาณาจักรไทยประจำโส่วเหิง” อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันกลุ่มแบรนด์ไทยและผู้ค้าจากจีนลงนามข้อตกลงหลายฉบับที่กระชับความร่วมมือทางการเกษตร
นายหลู่ ฟางเสี้ยว นายกสมาคมการค้าผลไม้แห่งประเทศจีน วิเคราะห์ว่า การค้าผลไม้ระหว่างจีนกับไทยมีข้อได้เปรียบที่เกื้อหนุนกัน ไทยมีจุดแข็งด้านผลไม้เขตร้อนอย่างทุเรียนและมังคุด ส่วนจีนมีจุดแข็งด้านผลไม้เขตอบอุ่นอย่างแอปเปิลและส้ม ทำให้ความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างสองประเทศมีศักยภาพสูงมาก
หลู่กล่าวว่า การพัฒนาของตลาดโส่วเหิง เกาเปยเตี้ยน ช่วยปรับปรุงระบบกระจายสินค้าผลไม้ภายในจีน รวมถึงช่วยให้ผลไม้ไทยเข้าถึงตลาดจีนตอนเหนือเพิ่มขึ้น.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



