“ทำทันที” โจทย์ของ “นายกฯอนุทิน” ณ วันนี้มี 4 ข้อใหญ่คือ 1.ด้านความมั่นคงชายแดน ภาพความมั่นคงไม่ใช่เพียงแต่ชายแดนด้านกัมพูชา แต่รวมไปถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กระบวนการเจรจาไม่เกิดขึ้นเสียที และความมั่นคงตามตะเข็บชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันตกที่มีปัญหาเรื่อง “สแกมเมอร์” ในเขตปกครองของกลุ่มชนชาติพันธุ์อย่างว้า อย่าลืมว่ากรณีที่การท่องเที่ยวกับจีนมีปัญหา เพราะ “นายแบบจีน” ถูกลักพาตัวไปเป็นคอลเซ็นเตอร์ฝั่งนั้น และการลำเลียงยาเสพติดก็มีบ่อยครั้ง ซีลชายแดนได้ ปัญหาคงลดลงบ้าง

ส่วนด้านชายแดนฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะเขตตั้งแต่จ.สระแก้ว ลงมา ต้องใช้ความระมัดระวังในการวิเคราะห์สถานการณ์ คิดอย่างถี่ถ้วนในเรื่องการเปิดด่าน มีพื้นที่ทับซ้อนที่ยังต้องเจรจาหลายจุด อย่างเฉพาะในจ.ตราด 17 จุด ที่เพิ่งมีการปะทะระดับใช้กระสุนยางเกิดขึ้น กัมพูชาเสือปืนไว “ฮุน มาเนต” ฟ้องโลกว่าโดนรังแกทันที ทั้งที่เขมรรุกล้ำ ใช้โล่มนุษย์ป้องกันตัว ซึ่งต้องขอฝากความหวังต่อนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ที่จะตอบโต้กลับทางการทูต ให้ถึงขั้นกัมพูชาโดนนานาชาติบอยคอต ขณะที่การเปิดด่านก็เป็นเผือกร้อนที่ต้องเร่งคิด เมื่อเศรษฐกิจชายแดนกำลังกระทบหนัก แต่ฝ่ายความมั่นคงยังมีท่าทีไม่ยอมให้เปิด “นายกฯอนุทิน” ในฐานะผู้นำ จะประสานผลประโยชน์อย่างไรให้ประเทศไทยได้ประโยชน์ และไม่เสียเกียรติ

2.ด้านเศรษฐกิจ ณ ขณะนี้นโยบายเบื้องต้นที่้เตรียมแถลงต่อรัฐสภา โครงร่างสำคัญ ซึ่งตั้งธงการทำงานที่มีระยะเวลาทำงาน 4 เดือน ทดสอบฝีมือดรีมทีมเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงการคลัง พลังงาน พาณิชย์ ที่ใช้คนนอก คนมีประวัติดี คนไทยหวังอยากเห็น การเร่งการกระตุ้นในระยะสั้น  โครงการเรือธง อย่าง “คนละครึ่ง” ได้เสียงตอบรับจากประชาชน เพราะเคยทำมาในสมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา เห็นผลชัดเจนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ  เพราะทำให้เกิดระบบการร่วมจ่ายระหว่าง “ประชาชน -ภาคเอกชน–ภาครัฐ” ขณะที่การแจกเงินอย่างที่ผ่านมา เห็นชัดว่าไม่ได้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

รวมถึงจะดำเนินนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน อาทิ ลดค่าไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กำลังดำเนินการ  คาดว่าจะสามารถทำให้ค่าพลังงานลดได้ในช่วงต้นปี 2569 และอาจจะมีโครงการฯ ช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจเอสเอ็มอี เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ การหาแหล่งเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งภาพรวมนโยบายเศรษฐกิจจะชัดเจน เมื่อแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาอย่างเป็นทางการในวันที่ 22- 23 ก.ย.นี้

3.การแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบ คดีที่ฝ่ายพรรคประชาชน จับตาคือ การใช้เงินประกันสังคมซื้อตึก Skyy9 ซึ่ง สส.พรรคประชาชนที่เปิดประเด็นบอกว่าไม่คุ้มค่า อาจเป็นใช้เงินหลวง เงินประชาชนเพื่อซื้อของๆ คนกันเองในราคาสูงเกินไป  และยังมีผู้ถูกกล่าวหาอยู่ในครม.ด้วย ซึ่งในเรื่องบุคคล ฝ่ายพรรคประชาชนแย้มโจทย์ไว้แล้วว่าในการอภิปรายนโยบาย “จะวิจารณ์โฉมหน้ารัฐมนตรีด้วย” พอจะเก็งได้บางคนว่าหวยออกใคร  นอกจากนี้ กมธ.งบประมาณฯ สว.เตรียมตรวจสอบการใช้เงินในโครงการ “ซอฟต์พาวเวอร์” คุ้มค่าหรือไม่ มีล็อคสเปกให้บริษัทคนใกล้ชิดใครจัดงานหรือไม่ งบทำโครงการเกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์ หน่วยงานแต่ละกระทรวงสามารถตั้งขึ้นเองได้ ดังนั้นถ้าจะสอบกันจริง ก็ต้องหาโครงการที่ไม่สมเหตุสมผลกับเงินที่จ่ายมาเปิดเผย

4.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคฝ่ายค้านจี้ให้ภูมิใจไทยเสนอร่างแก้มาตรา 256 ของตัวเองด้วย สิ่งที่สังคมอยากเห็นคือ “ภูมิใจไทยออกแบบองค์กรร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้เลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยตรง ที่สำคัญ จะเอื้อให้แก้ไขมาตรา 256 หรือไม่ อย่างไร”

เดินหน้า “4 โจทย์” นี้ให้ชัดเจน -สังคมยอมรับ แล้วจะนำพาประเทศไปในทางที่ดี  “รัฐบาล”ก็จะได้เสียงชื่นชม.